ฟิล์มคอนโดต่างจากฟิล์มบ้านอย่างไร? เลือกให้เหมาะกับพื้นที่และข้อกำหนดของอาคาร

โดย XPEL Thailandเผยแพร่วันที่ 20 ตุลาคม 2569
ฟิล์มคอนโด ต่างจากฟิล์มบ้านยังไง
  1. Highlight
  2. ทำไมเจ้าของห้องจึงควรติดฟิล์มคอนโด ?
  3. 1. ลดความร้อนและแสงจ้าจากกระจก
  4. 2. เพิ่มความเป็นส่วนตัวจากอาคารใกล้เคียงหรือพื้นที่ส่วนกลาง
  5. 3. ปกป้องรังสี UV ที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังและเฟอร์นิเจอร์ซีดจาง
  6. 4. เพิ่มความปลอดภัย เมื่อเลือกใช้ฟิล์มนิรภัยที่เหมาะสม
  7. 5. รักษาทัศนียภาพโดยรอบ มองเห็นวิวยามค่ำคืนชัดเจน
  8. การเลือกฟิล์มคอนโดควรพิจารณาจากอะไร?
  9. ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการลดความร้อน
  10. ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
  11. ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการทัศนียภาพที่ชัด เป็นธรรมชาติ
  12. ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการเสริมความปลอดภัย
  13. ฟิล์มคอนโดกับฟิล์มบ้านเหมือนกันไหม ?
  14. 1. บริเวณที่ติดตั้ง
  15. 2. วิธีการติดตั้ง
  16. 3. ประเภทของฟิล์มและระดับความเข้ม
  17. 4. กฎระเบียบและข้อจำกัด
  18. 5. ค่าใช้จ่ายการติดตั้ง
  19. ข้อควรพิจารณาที่สำคัญก่อนติดฟิล์มสำหรับคอนโด
  20. สรุป: ฟิล์มคอนโดกับฟิล์มบ้าน - ฟิล์มเดียวกันที่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับที่อยู่อาศัย

“ฟิล์มคอนโด” คือหนึ่งในนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับการอยู่อาศัยบนตึกสูงให้สบายมากยิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนและรังสี UV ช่วยลดอุณหภูมิสูงภายในห้องและกรองแสงแดดที่รบกวนผู้อยู่อาศัย การติดฟิล์มกรองแสงคอนโดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับห้องพักอาศัยที่อยู่บนชั้นสูง ๆ

แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าการเลือกติดฟิล์มกระจกในคอนโดนั้นซับซ้อนกว่าฟิล์มกระจกบ้านทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประเภทกระจกเดิม สเปกฟิล์ม ข้อกำหนดจากนิติคอนโด ไปจนถึงดีไซน์ภาพลักษณ์ของคอนโด บทความนี้ XPEL VISION จะพาไปทำความเข้าใจทุกประเด็นสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกฟิล์มติดคอนโดที่ตอบโจทย์และคุ้มค่ามากที่สุด

Highlight

  • ผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดชั้นสูง ๆ โดยเฉพาะห้องที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตกหรือทิศใต้ ควรติดฟิล์มกรองแสงคอนโดที่ป้องกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากห้องจะสะสมความร้อนสูง ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักและค่าไฟสูง
  • การติดฟิล์มกันร้อนคอนโดนอกจากช่วยกรองแสงแล้ว ยังสามารถเสริมความปลอดภัยและเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ ด้วยการติดฟิล์มนิรภัยหรือฟิล์มที่สะท้อนแสงสูง มีความเข้มมาก
  • ฟิล์มบ้านกับฟิล์มคอนโดเป็นฟิล์มรูปแบบเดียวกัน ผู้ที่อยู่อาศัยควรเลือกประเภทฟิล์มที่ตรงกับความต้องการ รวมถึงเลือกสเปกฟิล์มให้เหมาะกับปริมาณแสงอาทิตย์ตลอดทั้งวัน

ทำไมเจ้าของห้องจึงควรติดฟิล์มคอนโด ?

เจ้าของห้องควรติดฟิล์มคอนโด หรือไม่

1. ลดความร้อนและแสงจ้าจากกระจก

การติดฟิล์มกระจกคอนโดช่วยป้องกันพลังงานความร้อนจากแสงแดดไม่ให้เข้ามาสะสมในห้องพัก ช่วยปรับอุณหภูมิภายในให้เย็นสบาย อีกทั้งช่วยกรองแสงจ้าที่รบกวนสายตาเมื่อนั่งทำงานหรือขณะที่ดูโทรทัศน์

2. เพิ่มความเป็นส่วนตัวจากอาคารใกล้เคียงหรือพื้นที่ส่วนกลาง

สำหรับห้องพักที่อยู่ในชั้นล่าง ใกล้กับพื้นที่ส่วนกลางที่มีคนพลุกพล่าน หรือห้องที่มีระเบียงใกล้กับตึกข้างเคียง การติดฟิล์มที่มีความเข้มจะช่วยพรางสายตาและเพิ่มความเป็นส่วนตัวแก่ผู้อยู่อาศัย ทำให้รู้สึกอุ่นใจและมีอิสระมากยิ่งขึ้น

3. ปกป้องรังสี UV ที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังและเฟอร์นิเจอร์ซีดจาง

ฟิล์มคุณภาพสูงสามารถสะท้อนและดูดซับรังสี UV ได้มากกว่า 99% ซึ่งนอกจากจะช่วยปกป้องผิวของผู้อยู่อาศัยแล้ว ยังช่วยถนอมเฟอร์นิเจอร์ พื้นไม้ และผ้าม่านไม่ให้สีซีดจางหรือกรอบแตก

4. เพิ่มความปลอดภัย เมื่อเลือกใช้ฟิล์มนิรภัยที่เหมาะสม

ในกรณีที่เกิดลมแรงเศษหินหรือกิ่งไม้ขนาดใหญ่ หรืออุบัติเหตุจนทำให้กระจกแตกร้าว เนื้อฟิล์มและชั้นกาวที่เหนียวแน่นของฟิล์มนิรภัย จะช่วยยึดเกาะเศษกระจกเอาไว้ไม่ให้ร่วงลงมาทำอันตรายต่อผู้อาศัยได้

5. รักษาทัศนียภาพโดยรอบ มองเห็นวิวยามค่ำคืนชัดเจน

ฟิล์มกรองแสงพรีเมียมถูกออกแบบมาให้มีค่าการสะท้อนแสงภายในต่ำช่วยลดปัญหาเงาสะท้อนกระจกในตอนกลางคืน ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถดื่มด่ำกับทัศนียภาพและแสงสีของวิวเมืองได้อย่างชัดเจน

การเลือกฟิล์มคอนโดควรพิจารณาจากอะไร?

ฟิล์มคอนโด เลือกยังไง

ฟิล์มกระจกคอนโดมีหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ตอบโจทย์ของผู้อาศัยที่หลากหลาย โดยผู้อยู่อาศัยควรพิจารณาทั้งประเภทฟิล์มและสเปกให้เหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด XPEL VISION แนะนำให้เลือกตามวิธีนี้

ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการลดความร้อน

เมื่ออยู่อาศัยบนคอนโดสูง ปราศจากร่มเงาของต้นไม้หรืออาคารรอบข้าง ทำให้ภายในห้องสะสมความร้อนสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการลดความร้อน ควรเลือกฟิล์มกรองแสงคอนโดที่มีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนและรังสี UV ช่วยลดอุณหภูมิภายในห้อง รวมถึงป้องกันผิวและเฟอร์นิเจอร์ภายใน

ตัวอย่างฟิล์มกรองแสง XPEL VISION ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการลดความร้อนภายในห้อง

  • ซีรีส์ Clear View : เน้นความใส มอบทัศนียภาพชัดเจน ป้องกันความร้อนและ UV สูง
  • ซีรีส์ Metallic : สะท้อนแสงอาทิตย์ ให้ภาพลักษณ์อาคารดูสวย โดดเด่น
  • ซีรีส์ Exterior : ฟิล์มกรองแสงที่ติดตั้งจากภายนอกอาคาร ช่วยกันความร้อนสะสมสูง

ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มีความเป็นส่วนตัวน้อยและบุคคลภายนอกสามารถมองเข้ามาเห็นได้ ซึ่งหากเจ้าของห้องต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัว ควรเลือกฟิล์มคอนโดให้เหมาะกับตำแหน่งของห้อง ระยะห่างจากอาคารข้างเคียง และสภาพแสงในช่วงเวลาที่อยู่ในห้อง

สามารถพิจารณาประเภทฟิล์มที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว เช่น ฟิล์มสะท้อนแสง (Reflective Film) ลดการมองเห็นจากภายนอกในช่วงกลางวัน หรือฟิล์มโทนสีกลาง (Neutral Film) ที่มีสีเทาหรือเทาอมดำ ทำให้กลมกลืนกับอาคาร นอกจากนี้ยังมีฟิล์ม Blend ที่ช่วยเสริมรูปลักษณ์และลดการมองเห็นจากภายนอก

ตัวอย่างฟิล์มกรองแสง XPEL VISION ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

  • Clear View Plus 20 / Plus 40 : ฟิล์ม Multi Layer โทนสีเทาและเทาดำ ที่ป้องกันความร้อนและรังสี UV ได้ดีเยี่ยม ให้ทัศนวิสัยคมชัด มีเงาสะท้อนน้อย
  • Metallic Blend DR 7 : ฟิล์มกรองแสงที่สะท้อนเงาสูง ช่วยเพิ่มภาพลักษณ์อาคารให้ดูดี และลดการมองเห็นจากภายนอกในช่วงกลางวัน
  • Metallic Dark Neutral 15 : ฟิล์มดำที่มีเงาสะท้อนน้อย ให้ทัศนวิสัยชัด พรางสายตาจากภายนอก เพิ่มความเป็นส่วนตัวในช่วงกลางวัน

ฟิล์มที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในเวลากลางวันอาจไม่สามารถป้องกันการมองเห็นจากภายนอกในเวลากลางคืนได้ จึงควรพิจารณาการใช้งานจริงควบคู่กับค่าแสงส่องผ่าน (VLT) และการสะท้อนแสงของฟิล์มแต่ละรุ่น

ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการทัศนียภาพที่ชัด เป็นธรรมชาติ

โครงการคอนโดมิเนียมบางแห่งมีข้อกำหนดไม่ให้ติดฟิล์มที่มีเงาสะท้อนสูงหรือมีความเข้มมาก สำหรับเจ้าของคอนโดที่ต้องการลดความร้อนจากแสงแดด โดยยังให้กระจกดูกลมกลืนกับดีไซน์ห้องและไม่ต้องการให้เงาสะท้อนโดดเด่นมากเกินไป ควรเลือกฟิล์มคอนโดที่มีความเข้มและแสงสะท้อนต่ำ แต่ยังมีค่า TSER, IRR หรือค่าป้องกัน UV สูง

ตัวอย่างฟิล์มกรองแสง XPEL VISION ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการทัศนียภาพที่ชัด

  • Clear View Ceramic : ฟิล์มเซรามิคเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมความร้อน พร้อมคงลักษณะกระจกที่ดูเป็นธรรมชาติและมีการสะท้อนแสงภายนอกไม่สูงมากเมื่อเทียบกับฟิล์ม Metallic บางประเภท
  • Clear View Plus : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมความร้อนและรักษารูปลักษณ์ของกระจก โดยมีจุดเด่นด้านการปฏิเสธพลังงานอินฟราเรดตามสเปกผลิตภัณฑ์ และมีค่าการสะท้อนแสงต่ำ

โดยก่อนเลือกฟิล์ม ควรเปรียบเทียบค่า VLT, TSER และ Reflectivity ของแต่ละรุ่น รวมถึงพิจารณาสีของกระจกเดิมและลักษณะอาคาร เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพและรูปลักษณ์ที่ตรงกับความต้องการ

ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการเสริมความปลอดภัย

สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมชั้นล่างหรือบริเวณที่เข้าถึงได้ง่าย การเสริมความปลอดภัยให้หน้าต่างเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะในโครงการที่ไม่อนุญาตให้ติดตั้งเหล็กดัด ฟิล์มนิรภัยเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยยึดเศษกระจกให้อยู่รวมกันเมื่อกระจกแตก และฟิล์มบางรุ่นสามารถช่วยชะลอการบุกรุกได้ ทั้งนี้ ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับชนิดและความหนาของฟิล์ม สภาพกระจก และระบบติดตั้งร่วมกับกรอบ

ตัวอย่างฟิล์มนิรภัย XPEL VISION ที่ควรพิจารณาตามลักษณะการใช้งาน

  • Security Clear : ฟิล์มนิรภัยใสที่ช่วยยึดเศษกระจกเมื่อแตก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความปลอดภัยโดยคงรูปลักษณ์ของกระจกให้ใกล้เคียงเดิม
  • Security Clear View Plus 70 : ฟิล์มนิรภัยที่ผสานคุณสมบัติด้านการควบคุมแสงอาทิตย์และการป้องกันรังสี UV เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งการเสริมความปลอดภัยและการใช้งานกระจกในชีวิตประจำวัน
  • Security Neutral 35 / Neutral 50 : ฟิล์มนิรภัยโทนสีกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปลักษณ์ของกระจกและลดแสงจ้า โดยควรเลือกตามระดับแสงที่ต้องการให้ผ่านเข้าห้อง
  • Security Silver 15 : ฟิล์มนิรภัยโทน Silver ที่มีลักษณะสะท้อนแสง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรูปลักษณ์แบบ Metallic และต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัวในบางสภาพแสง
  • Exterior Security Clear 7 mil : ฟิล์มนิรภัยใสที่ออกแบบสำหรับการติดตั้งด้านนอกกระจก เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องพิจารณาข้อจำกัดในการเข้าถึงด้านใน ทั้งนี้ต้องตรวจสอบความเหมาะสมกับกระจกและเงื่อนไขการติดตั้งก่อนเลือกใช้

ในบางพื้นที่ที่ต้องการชะลอการบุกรุก อาจต้องใช้ระบบยึดฟิล์มเข้ากับกรอบที่เหมาะสมร่วมด้วย และฟิล์มนิรภัยไม่สามารถรับประกันได้ว่ากระจกจะไม่แตกหรือป้องกันการบุกรุกได้อย่างสมบูรณ์

ฟิล์มคอนโดกับฟิล์มบ้านเหมือนกันไหม ?

ฟิล์มคอนโด vs ฟิล์มบ้าน เหมือนกันไหม?

แม้ฟิล์มติดคอนโดและฟิล์มติดกระจกบ้านจะเป็นฟิล์มเดียวกัน แต่การเลือกให้เหมาะสมนั้นต้องใช้การพิจารณาที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่มักมีข้อกำหนดพิเศษ หรือบางห้องอาจอยู่ในตำแหน่งที่รับความร้อนตลอดทั้งวัน ตลอดจนค่าใช้ในการติดตั้ง

1. บริเวณที่ติดตั้ง

เนื่องจากบ้านโดยส่วนใหญ่มีพื้นที่กว้างขวางกว่าคอนโดมิเนียม ทำให้มีกระจกปริมาณมาก ซึ่งหมายถึงมุมที่เปิดรับแสงที่มากกว่าคอนโด ดังนั้นบ้านจึงมีพื้นที่ติดตั้งฟิล์มกรองแสงหลายจุด ในขณะที่คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มีหน้าต่างสำหรับเปิดรับแสงเพียง 2-4 จุดเท่านั้น ทำให้การติดฟิล์มคอนโดบางแห่งใช้ฟิล์มน้อยกว่าติดตั้งฟิล์มกรองแสงในบ้าน

2. วิธีการติดตั้ง

ฟิล์มบ้านและฟิล์มคอนโดเป็นฟิล์มประเภทเดียวกัน ดังนั้นวิธีการติดตั้งจึงไม่แตกต่างกัน ยกเว้นในบางพื้นที่ที่เข้าถึงยากหรือหน้าต่างขนาดใหญ่ การติดตั้งอาจต้องอาศัยความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ยิ่งขึ้น

3. ประเภทของฟิล์มและระดับความเข้ม

หลักการพิจารณาประเภทของฟิล์มและระดับความเข้มทั้งคอนโดและบ้าน ขึ้นอยู่กับประเภทกระจก ทิศทางของแสง และความต้องการเป็นหลัก ยกเว้นบางคอนโดที่อาจมีการกำหนดความเข้ม สี หรือระดับการสะท้อนของฟิล์ม เพื่อให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์โดยรวมของอาคาร

4. กฎระเบียบและข้อจำกัด

คอนโดมิเนียมมักมีกฎระเบียบที่เกี่ยวกับการติดฟิล์มกรองแสงที่อาจทำให้เกิดเงาสะท้อนหรือกระจกดูเข้มขึ้น ก่อนติดตั้งฟิล์มคอนโดจึงต้องทำเรื่องขออนุญาตกับทางนิติบุคคล (อ่านเพิ่มเติม : รวมข้อกำหนดที่ควรรู้ก่อนติดฟิล์มคอนโด)

ในขณะที่การติดฟิล์มบ้านมีความยุ่งยากน้อยกว่า หากไม่ได้อยู่อาศัยใกล้กับเขตอนุรักษ์หรือโบราณสถาน ที่จะต้องมีการขออนุญาตกับสำนักงานในท้องถิ่น

5. ค่าใช้จ่ายการติดตั้ง

ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งฟิล์มกรองแสงนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความยากง่ายของการติดตั้ง ขนาดฟิล์ม หรือประเภทฟิล์ม ดังนั้นการติดฟิล์มคอนโดอาจไม่ได้มีราคาถูกกว่าการติดฟิล์มบ้านเสมอไป และหากเจ้าของห้องต้องการทราบค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง แนะนำให้ติดต่อทีมช่างเข้ามาประเมินพื้นที่เบื้องต้นก่อนเริ่มงาน

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญก่อนติดฟิล์มสำหรับคอนโด

หากคุณกำลังมองหาฟิล์มคอนโดที่มีประสิทธิภาพ XPEL VISION แนะนำให้พิจารณาปัจจัยหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้ได้ฟิล์มที่ครอบคลุมกับความต้องการมากที่สุด เช่น

  • ทีมช่างที่เป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์ : พิจารณาเลือกช่างที่มีประสบการณ์สูงและมี Portfolio ที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ทีมช่างช่วยแนะนำฟิล์มที่เหมาะสมกับหน้าต่าง และมีผลงานติดตั้งที่เรียบเนียน พอดีกับกระจก
  • ทิศทางของแสงแดด : การเลือกฟิล์มให้เหมาะสมกับแสงแดดยังเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากห้องที่หันไปทางทิศตะวันตกหรือทิศใต้มักมีความร้อนสูง ทำให้ต้องใช้ฟิล์มที่มีความเข้มหรือดูดซับความร้อนได้ดี
  • สเปกฟิล์มที่เหมาะสม : เลือกค่า TSER ค่า VLT หรือค่า Reflection รวมถึงสีฟิล์มและความเข้มให้เหมาะสมกับความต้องการ
  • ความหนาของชั้นฟิล์ม : สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งฟิล์มนิรภัย ควรพิจารณาความหนาจากวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยและคุณสมบัติของกระจก เพื่อให้ตรงกับความต้องการของเจ้าของห้อง
  • การรับประกัน : ก่อนติดตั้งฟิล์มยังควรเลือกฟิล์มที่มีการรับประกันยาวนาน และมีช่องทางติดต่อสำหรับบริการหลังการขาย

สรุป: ฟิล์มคอนโดกับฟิล์มบ้าน - ฟิล์มเดียวกันที่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับที่อยู่อาศัย

ฟิล์มคอนโดกับฟิล์มบ้านนั้นเป็นฟิล์มกรองแสงรูปแบบเดียวกัน เพียงแต่อาจมีความแตกต่างด้านกฎระเบียบของอาคาร รวมถึงสเปกและประเภทฟิล์มที่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับห้องชุด ดังนั้นการเลือกฟิล์มคอนโดจึงควรพิจารณาจากปัจจัยหลากหลายด้าน เช่น ทิศทางของแสงอาทิตย์ ค่าแสงส่องผ่าน ค่าการป้องกันพลังงานแสงอาทิตย์รวม ทีมช่างที่ติดตั้ง และสิ่งสำคัญคือตรวจสอบรูปแบบฟิล์มที่นิติบุคคลกำหนดก่อนติดตั้ง

และหากคุณกำลังมองหาฟิล์มคอนโดที่มีคุณภาพ พร้อมการรับประกันที่ยาวนาน XPEL VISION คือผู้นำด้านการพัฒนาฟิล์มกรองแสงที่ได้รับความนิยมใน 91 ประเทศทั่วโลก และยังมีฟิล์มให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ได้ทั้งผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ต้องการลดความร้อน ต้องการความปลอดภัย หรือต้องการทัศนียภาพที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้คุณได้รับฟิล์มที่ตรงกับความต้องการและเหมาะสมกับห้องพักมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

แนะนำฟิล์มคอนโดยี่ห้อ XPEL VISION ซึ่งเป็นผู้นำด้านฟิล์มกรองแสงจากสหรัฐอเมริกา และมีเครือข่ายใน 91 ประเทศทั่วโลก ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลจาก ASTM, NFRC และ The Skin Cancer Foundation โดยมีฟิล์มกรองแสงบ้านและอาคารหลากหลายรูปแบบที่ป้องกันทั้งความร้อนและรังสี UV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้อย่างครอบคลุม

การติดฟิล์มกระจกคอนโดไม่ทำให้ห้องมืดเสมอไป โดยขึ้นอยู่กับค่าแสงส่องผ่าน (VLT) เป็นหลัก ผู้ที่ต้องการให้ห้องสว่างตามปกติ ไม่มืดหลังติดฟิล์ม แนะนำให้เลือก VLT เปอร์เซ็นต์สูง เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้ดี

การติดฟิล์มกรองแสงคอนโดส่วนใหญ่สามารถป้องกันรังสีได้ 99% ช่วยป้องกันผิวและสีเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้เสื่อมสภาพ

บทความและไฮไลต์อื่นๆ

ดูทั้งหมด