ฟิล์มกระจกออฟฟิศเลือกอย่างไร? เช็กปัจจัยสำคัญก่อนติดตั้ง

โดย XPEL Thailandเผยแพร่วันที่ 20 ตุลาคม 2569
ฟิล์มกระจกออฟฟิศ เลือกยังไง

สภาพแวดล้อมออฟฟิศที่ดี คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพขององค์กร ซึ่งเริ่มจากการจัดการเรื่องความสว่างและอุณหภูมิภายในอาคารอย่างเหมาะสม การเลือกฟิล์มกระจกออฟฟิศ นับเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของตึกหรือผู้เช่าออฟฟิศไม่ควรมองข้าม นอกจากในเรื่องของการช่วยลดความร้อนหรือประหยัดพลังงานแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับกระจกเดิม และสอดคล้องกับข้อบังคับของตัวอาคารอีกด้วย

บทความนี้ XPEL VISION จะพาไปเจาะลึกปัจจัยสำคัญที่เจ้าของอาคารหรือผู้เช่าออฟฟิศควรรู้เกี่ยวกับฟิล์มติดกระจกออฟฟิศ เพื่อให้คุณสามารถประเมินและตัดสินใจเลือกฟิล์มที่ตอบโจทย์ความต้องการก่อนเริ่มติดตั้ง

Highlight

  • การเลือกติดฟิล์มกระจกออฟฟิศต้องมีเป้าหมายการใช้งานที่ชัดเจน เช่น ลดความร้อน เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการทำงาน หรือสร้างความปลอดภัยแก่กระจกอาคาร เป็นต้น
  • เมื่อผู้เช่าเข้าใจสเปกค่าฟิล์มเบื้องต้น เช่น VLT, TSER, IRR และ UV จะช่วยให้เลือกฟิล์มได้ตรงความต้องการ และลดความเสี่ยงการเลือกฟิล์มผิดประเภท
  • การติดตั้งฟิล์มควรรับทราบและปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
  • ผู้เช่าออฟฟิศต้องขออนุญาตและส่งสเปกฟิล์มให้เจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลอนุมัติก่อนทำการติดตั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนติดตั้งฟิล์มกระจกออฟฟิศและอาคารสำนักงาน

สิ่งที่ควรพิจารณา ก่อน ติดตั้งฟิล์มกระจกออฟฟิศ

การลงทุนติดฟิล์มกระจกออฟฟิศ ไม่ได้มีแค่การเลือกฟิล์มจากความเข้มเท่านั้น แต่ควรประเมินสิ่งที่ส่งผลต่อการใช้งานอย่างรอบด้าน ดังนี้

1. จุดประสงค์การใช้งาน

ควรกำหนดจุดประสงค์การติดตั้ง เพื่อวางขอบเขตและสเปกฟิล์มให้ตอบโจทย์การใช้งาน เช่น

  • การควบคุมอุณหภูมิและการประหยัดพลังงาน : เพื่อให้ฟิล์มช่วยลดความร้อนสะสมภายในอาคาร ลดการทำงานของระบบปรับอากาศ
  • ความเป็นส่วนตัวและช่วยพรางสายตา : เพื่อสร้างพื้นที่ทำงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวจากบุคคลภายนอก
  • การลดแสงจ้าจากแดดที่สะท้อนจอคอมขณะทำงาน : ป้องกันแสงแดดสะท้อนเข้าตาหรือกระทบหน้าจอคอมพิวเตอร์

2. ประเภทของฟิล์มกระจกออฟฟิศ

ควรเลือกฟิล์มกรองแสงที่มีคุณสมบัติตอบโจทย์ความต้องการ เช่น

  • ฟิล์มเซรามิก (Ceramic Film) สามารถกันความร้อนได้สูง ให้ทัศนวิสัยที่เคลียร์ชัด
  • ฟิล์มโลหะ (Metallic Film) มีนวัตกรรมช่วยสะท้อนรังสีจากแสงแดด เพิ่มความเป็นส่วนตัวคล้ายกระจกเงา
  • ฟิล์มนิรภัย (Safety Film) มีความยืดหยุ่น ป้องกันการแตกหักจากอุบัติเหตุหรือโจรกรรม

3. สเปกและประสิทธิภาพของฟิล์มที่ต้องการ

การเลือกสเปกฟิล์มกระจกออฟฟิศต้องพิจารณาค่าตัวเลขต่าง ๆ ที่บอกถึงคุณสมบัติและประสิทธิภาพ ดังนี้

  • VLT (Visible Light Transmission): ค่าแสงส่องผ่าน ยิ่งตัวเลขเยอะ ภายในออฟฟิศยิ่งสว่างและดูโปร่ง
  • TSER (Total Solar Energy Rejected): ค่าการกันความร้อนรวม ยิ่งตัวเลขสูง ฟิล์มยิ่งป้องกันความร้อนได้ดี
  • IRR (Infrared Rejection): ค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด ที่เป็นตัวต้นเหตุหลักในการสะสมความร้อน
  • Reflectivity: ค่าการสะท้อนแสง บ่งบอกเรื่องการพรางสายตาและการมองเห็นจากภายนอกอาคาร
  • UV Rejection: ค่าป้องกันรังสีอัลตราไวเลต (UV) บ่งบอกว่าฟิล์มสามารถช่วยปกป้องผิว ชะลอการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์สำนักงาน และเฟอร์นิเจอร์

4. ภาพลักษณ์ของอาคาร

เฉดความเข้มและการสะท้อนแสงของฟิล์มกรองแสง ส่งผลต่อทัศนียภาพและภาพลักษณ์ภายนอกของอาคาร การเลือกฟิล์มที่มีเฉดสีธรรมชาติกลมกลืนกับดีไซน์อาคารเดิม (Neutral) นอกจากทำให้ภาพรวมของอาคารเป็นระเบียบแล้ว ยังช่วยยกระดับความหรูหราสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรได้อย่างดี

5. วิธีการติดตั้งและข้อจำกัดด้านพื้นที่

การประเมินหน้างานถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อตรวจสอบความซับซ้อนของโครงสร้างและตำแหน่งกระจกว่ามีระดับความยากง่ายในการติดตั้งฟิล์มกระจกออฟฟิศ เช่น ความสูงของบานกระจกที่อาจต้องใช้นั่งร้าน เป็นต้น การเลือกช่างติดฟิล์มกระจกอาคารมืออาชีพและมีความเชี่ยวชาญ จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงเรื่องงานติดตั้งมีปัญหา เช่น ฟองอากาศ คราบกาว การเซตตัวของฟิล์ม เป็นต้น

6. ภาพลักษณ์ของอาคาร

นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว บรรยากาศภายในก็สำคัญไม่แพ้กัน ฟิล์มที่เลือกควรสร้างแสงสว่างที่นุ่มนวลสบายตา ไม่ทำให้สีสันของการตกแต่งภายในผิดเพี้ยน ซึ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรที่ใส่ใจสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของพนักงาน

7. การรับประกันและบริการหลังการขาย

ควรพิจารณาแบรนด์ฟิล์มกระจกออฟฟิศที่รับประกันคุณภาพยาวนานและครอบคลุม ทั้งกรณีฟิล์มฉีก ขาด ลอก พอง ซีดจาง หรือเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร และมีบริการดูแลหลังการส่งมอบงานเพื่อความมั่นใจและความคุ้มค่าสูงสุด

อาคารสำนักงานมีข้อกำหนดในการติดฟิล์มกระจกหรือไม่?

อาคารสำนักงาน ข้อกำหนด ติดฟิล์มกระจก

การติดฟิล์มกระจกออฟฟิศหรือในตึกสูง มักมีข้อกำหนดและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ต้องปฏิบัติตาม โดยแบ่งได้ 2 กรณีหลัก ดังนี้

กรณีที่เป็นเจ้าของอาคาร

หากต้องการติดตั้งฟิล์มทั้งตึก เจ้าของควรตรวจสอบข้อกำหนดของกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องความปลอดภัยของอาคาร รวมถึงการพิจารณาเลือกฟิล์มที่มีการรับรองจาก สมอ. (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) หรือได้มาตรฐานสากล เช่น ASTM และ ISO ที่การันตีคุณภาพ ความทนทาน และการป้องกันความร้อน

*หมายเหตุ : อาคารที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ทางสถาปัตยกรรมหรือเป็นอาคารทางราชการ อาจมีข้อบังคับห้ามใช้ฟิล์มที่สะท้อนแสงสูง เนื่องจากอาจไปรบกวนทัศนวิสัยโดยรอบ

กรณีที่เป็นผู้เช่าอาคารสำนักงาน

สำหรับผู้เช่าต้องการติดตั้งฟิล์มกันแสงหน้าต่างแยกเพิ่มเติมในพื้นที่สำนักงานตนเอง ผู้เช่าจำเป็นต้องยื่นเรื่องขออนุญาตนิติบุคคลหรือเจ้าของตึกก่อน ซึ่งอิงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 558 ระบุว่า "อันทรัพย์สินที่เช่านั้น ถ้ามิได้รับอนุญาตของผู้ให้เช่าก่อน ผู้เช่าจะทำการดัดแปลงหรือต่อเติมอย่างหนึ่งอย่างใดหาได้ไม่ ถ้าและผู้เช่าทำไปโดยมิได้รับอนุญาตของผู้ให้เช่าเช่นนั้นไซร้ เมื่อผู้ให้เช่าเรียกร้อง ผู้เช่าจะต้องทำให้ทรัพย์สินนั้นกลับคืนคงสภาพเดิม ทั้งจะต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าในความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การดัดแปลงต่อเติมนั้นด้วย"

โดยนิติบุคคลหรือเจ้าของจะทำการตรวจสอบสเปก โทนสี และความเข้มของฟิล์มกระจกออฟฟิศที่ผู้เช่าจะนำมาติด ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ เพื่อคงดีไซน์และภาพลักษณ์ภายนอกของอาคาร

สรุป : ให้ออฟฟิศมีบรรยากาศการทำงานที่ดีด้วยฟิล์มกระจกออฟฟิศ XPEL VISION

การเลือกฟิล์มติดกระจกอาคารสำนักงาน คือการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ประหยัดพลังงาน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กร

หากกำลังมองหาฟิล์มกระจกออฟฟิศที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง XPEL VISION มีฟิล์มกรองแสงเกรดพรีเมียมได้มาตรฐานสากล พร้อมตอบโจทย์ลูกค้าทุกสเปกหลากหลายรุ่น พร้อมบริการติดฟิล์มอาคารโดยทีมช่างที่ชำนาญการโดยเฉพาะ เพื่อยกระดับฟิล์มติดกระจกสำนักงานให้คุ้มค่าในระยะยาว


ติดต่อสอบถามเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมนัดหมายเข้าวัดพื้นที่ได้ทาง

เบอร์โทรศัพท์: 094 461 6699

LINE Official: @xpelvisionthailand


คำถามที่พบบ่อย

ฟิล์มติดกระจกออฟฟิศมีหลักการทำงานที่สะท้อนและดูดซับ โดยจะป้องกันรังสีอินฟราเรด (IR) และพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ไม่ให้ทะลุผ่านกระจกเข้ามาสะสมยังพื้นที่ภายใน ทำให้อุณหภูมิพื้นที่เย็นลงและลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

แนะนำให้เลือกใช้ฟิล์มนิรภัย (Safety and Security Film) ซึ่งเป็นฟิล์มที่มีโครงสร้างแข็งแรง แน่นหนา มาพร้อมชั้นกาวที่เหนียวพิเศษช่วยยึดเกาะเศษกระจกไม่ให้ร่วงหล่นจนแตกกระจายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

โดยทั่วไปฟิล์มกรองแสงอาคารถูกออกแบบมาให้สามารถป้องกันรังสี UV (ทั้ง UVA และ UVB) ได้สูงสุดถึง 99% ขึ้นไป เพื่อปกป้องสุขภาพผิวของพนักงานและป้องกันการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์หรือเฟอร์นิเจอร์ภายในสำนักงาน

บทความและไฮไลต์อื่นๆ

ดูทั้งหมด