เลือกฟิล์มกันความร้อนกระจกบ้านแบบอย่างไร? ให้เหมาะกับทิศบ้านและอาคาร

โดย XPEL Thailandเผยแพร่วันที่ 27 กรกฎาคม 2569
เลือกฟิล์มกันความร้อนกระจกบ้านแบบไหนดี?

การเลือกฟิล์มกันความร้อนกระจกบ้าน นอกจากการเลือกรุ่นฟิล์ม เลือกความเข้มแล้ว การเลือกตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสมยังเป็นสิ่งสำคัญในการติดตั้งฟิล์ม เนื่องจากทิศทางของแสงแดดส่งผลโดยตรงต่อความร้อนภายในบ้าน การประหยัดไฟฟ้า ไปจนถึงสีเฟอร์นิเจอร์เลยทีเดียว

การทำความเข้าใจทิศทางของแสงแดดจึงช่วยให้สามารถเลือกฟิล์มที่ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านให้เย็นลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ XPEL VISION จะชวนมารู้จักว่าทิศทางแดดส่งผลกับการเลือกฟิล์มอย่างไร

Highlight

  • ฟิล์มกันร้อนยอดนิยมภายในบ้านมีอยู่ 4 ประเภทหลัก ๆ คือ ฟิล์มใส ฟิล์มดำ ฟิล์มเซรามิก และฟิล์มโลหะ ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติในการป้องกันแสงหรือความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่แตกต่างกัน และเหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกันด้วย
  • ห้องทิศเหนือรับแสงทางอ้อมในช่วงเช้าและช่วงบ่าย จึงควรใช้ฟิล์มที่มีค่า TSER ระดับกลาง และมีความคมชัดเพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ดี
  • ห้องทิศใต้รับแสงทางอ้อมเกือบตลอดทั้งวัน จึงต้องใช้ฟิล์มลดการสะสมความร้อน เช่น ฟิล์มเซรามิกหรือฟิล์มที่มีเทคโนโลยี Multi Layer
  • ห้องทิศตะวันออกรับแสงในช่วงเช้าเป็นส่วนใหญ่ จึงต้องใช้ฟิล์มที่ป้องกันแสงจ้าและให้ทัศนวิสัยที่คมชัดหรือมีโทนสีอ่อน เช่นฟิล์มเซรามิก เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาในปริมาณที่พอเหมาะ
  • ห้องทิศตะวันตกรับแสงช่วงบ่ายที่มีความร้อนสูง จึงต้องเน้นฟิล์มที่มีค่า TSER สูง สะท้อนความร้อนได้ดี เช่น ฟิล์มโลหะ

ประเภทฟิล์มกันร้อนที่นิยมติดตั้งกระจกในบ้าน

ฟิล์มกันร้อนที่นิยมติดตั้งกระจกบ้าน

ก่อนจะไปไขคำตอบว่าทิศไหนเหมาะกับฟิล์มแบบใด มาทำความรู้จักประเภทฟิล์มกันร้อนกระจกบ้านที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ฟิล์มใส (Clear Film)

ฟิล์มกรองแสงใสคือ ฟิล์มที่เน้นทัศนวิสัยคมชัด เป็นธรรมชาติ โดยมีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนและรังสี UV ได้ดี ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน แต่จะขาดความเป็นส่วนตัว ดังนั้นอาจต้องติดม่านหรือมู่ลี่ควบคู่ไปด้วย

  • ฟิล์มใสเหมาะกับบ้านที่ต้องการวิวธรรมชาติและกระจกร้านค้าที่ต้องการโชว์สินค้าภายในร้าน หรือห้องที่ต้องการให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเต็มที่

ฟิล์มดำ (Dyed Film)

ฟิล์มดำคือ ฟิล์มโพลีเอสเตอร์ที่นำไปย้อมสีให้มีความเข้มขึ้น โดยไม่มีการเพิ่มสารที่ช่วยสะท้อนความร้อนหรือรังสีอินฟราเรด ทำให้มีราคาถูก มีจุดเด่นคือให้ความเป็นส่วนตัว ช่วยกันแดดเข้าบ้าน และลดแสงจ้าได้ แต่มีอายุการใช้งานต่ำ เมื่อใช้ไปนาน ๆ สีจะซีดจาง อย่างไรก็ตามฟิล์มที่มีสีดำไม่ใช่ฟิล์มดำเสมอไป เพราะยังมีฟิล์มประเภทอื่น ๆ ที่มีความเข้มสูงทำให้ลักษณะภายนอกอาจดูคล้ายกัน จึงควรตรวจสอบให้ดีก่อนติดตั้ง

  • ฟิล์มดำเหมาะกับห้องที่ไม่ร้อนและต้องการความเป็นส่วนตัวสูง ใช้งบประมาณในการติดตั้งน้อย

ฟิล์มโลหะ (Metallic Film)

ฟิล์มโลหะคือ ประเภทฟิล์มที่มีส่วนผสมของโลหะ เช่น เงิน ทอง อะลูมิเนียม ทำให้เนื้อฟิล์มมีลักษณะคล้ายกระจกเงา ช่วยสะท้อนแสงและลดความร้อนจากแสงแดดได้ดี ในตอนกลางวันฟิล์มจะสะท้อนเงาภายนอก ทำให้มองเข้ามาไม่เห็นในอาคาร ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว

  • ข้อควรระวังสำหรับฟิล์มโลหะคือ บางพื้นที่มีข้อกำหนดห้ามติดฟิล์มที่มีค่าสะท้อนแสงเกิน 30% ดังนั้นควรศึกษาข้อกำหนดของพื้นที่ให้ดีก่อนติดตั้ง
  • ฟิล์มโลหะเหมาะกับห้องที่มีแดดแรงหรือแสงจ้า และต้องการความเป็นส่วนตัวในช่วงกลางวัน

ฟิล์มเซรามิก (Ceramic Film)

ฟิล์มเซรามิกคือ ฟิล์มที่ใช้เทคโนโลยีนาโนเซรามิก ซึ่งช่วยดูดซับความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงโดยไม่มีส่วนผสมของโลหะ ทำให้เนื้อฟิล์มมีสีโทนอ่อน ไม่มีเงาสะท้อน ทำให้แสงธรรมชาติสามารถส่องผ่านได้ดี มองแล้วสบายตา และมีความทนทานสูง จึงเป็นฟิล์มที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

  • ฟิล์มเซรามิกเหมาะกับห้องที่ต้องการแสงธรรมชาติพร้อมกับประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนสูง และยังสามารถใช้ได้นาน

คุณสมบัติของฟิล์มกันร้อนสำหรับบ้านและอาคารมีอะไรบ้าง

ประเทศไทยมีอากาศร้อนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้กระจกต้องรับรังสีความร้อนเป็นเวลานาน ดังนั้นฟิล์มติดกระจกบ้านกันความร้อนที่เลือกใช้ต้องมีคุณสมบัติในการป้องกันพลังงานแสงอาทิตย์สูง ซึ่งฟิล์มแต่ละรุ่นก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป โดยคุณสมบัติที่ควรรู้จักเกี่ยวกับฟิล์มติดกระจกบ้านกันร้อนมี ดังนี้

การสะท้อนความร้อน

ฟิล์มทำหน้าที่สะท้อนแสงแดดออก ช่วยลดปริมาณความร้อนที่จะเข้ามาภายในอาคาร

การดูดซับความร้อน

ฟิล์มจะดูดซับความร้อนไว้และกระจายออก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความร้อนภายในอาคาร

การกรองรังสี UV

ฟิล์มกันร้อนกระจกบ้านควรป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99% เพื่อป้องกันอันตรายต่อผิวหนังและปกป้องเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ภายในอาคาร

ลดแสงจ้า

ฟิล์มยังสามารถลดแสงจ้าที่ส่องเข้ามาในกระจกได้ ช่วยลดแสงสะท้อนและแสงแยงตา โดยประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับความเข้มของฟิล์ม

ทิศของแสงแดดกับการติดฟิล์มกันร้อนกระจกบ้าน

แสงแดดกับการติดฟิล์ม

แม้ฟิล์มกรองแสงส่วนใหญ่จะสามารถกันรังสี UV ได้สูงถึง 99% แต่ความสามารถในการป้องกันความร้อนของแต่ละรุ่น รวมไปถึงความเข้มจะแตกต่างกัน รวมถึงแสงแดดแต่ละทิศทางนั้นมีความเข้มข้นไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องเข้าใจวิธีการเลือกประเภทฟิล์มที่เหมาะสมกับแสงแดดแต่ละทิศ เพื่อไม่ให้บ้านมืดหรือร้อนเกินไป

แสงแดดจากทิศเหนือ

  • ทิศเหนือไม่มีแสงแดดที่ส่องโดยตรง ทำให้บริเวณห้องที่อยู่ทางทิศเหนือไม่ร้อนมาก
  • สามารถเลือกใช้ฟิล์มกันร้อนกระจกบ้านที่มีความใสหรือโทนสีอ่อน เพื่อรักษาทัศนียภาพที่คมชัดเป็นธรรมชาติได้
  • ให้ความสำคัญกับค่าป้องกันแสงอาทิตย์โดยรวม (TSER) ระดับกลาง (45% ขึ้นไป)
  • ทิศเหนือเป็นทิศที่ได้แสงแดดธรรมชาติ เหมาะเป็นห้องรับแขกหรือห้องทำงาน

แสงแดดทิศใต้

  • ทิศใต้แม้ไม่ได้รับแสงโดยตรง แต่ก็ได้รับแสงในช่วงเวลาบ่ายเกือบตลอดทั้งวัน ทำให้มีความร้อนสะสมสูง
  • ควรเลือกฟิล์มกันร้อนกระจกบ้านที่ทนทาน สะท้อนความร้อนได้ดี และไม่เก็บสะสมความร้อนไว้ที่กระจก เช่น ฟิล์มเซรามิกหรือฟิล์ม Multi Layer
  • ให้ความสำคัญกับค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด หรือ IRR ระดับกลาง-สูง (80% ขึ้นไป)

แสงแดดทิศตะวันออก

  • ทิศตะวันออกรับแสงแดดยามเช้า ทำให้มีแสงจ้าแต่ยังไม่ร้อนมาก
  • ควรเลือกฟิล์มกันร้อนกระจกบ้านที่แสงธรรมชาติสามารถส่องผ่านปริมาณมากและป้องกันแสงจ้าได้ดี เช่น ฟิล์มเซรามิกที่มีความใสหรือโทนสีอ่อน
  • ให้ความสำคัญกับค่า VLT ระดับกลางถึงสูง (50% ขึ้นไป) หรือค่าการลดแสงจ้า (Glare Reduction) ยิ่งมีค่าสูงยิ่งหมายถึงลดแสงจ้าได้มาก

แสงแดดทิศตะวันตก

  • ทิศตะวันตกเป็นฝั่งที่รับแดดตลอดทั้งช่วงบ่าย ซึ่งเป็นช่วงที่แสงแดดร้อนที่สุดและมีแสงจ้ามาก
  • ควรเลือกฟิล์มที่มีประสิทธิภาพกันความร้อนสูง เช่น ฟิล์มเซรามิก ฟิล์มโลหะที่สะท้อนความร้อนสูง
  • ให้ความสำคัญกับค่า TSER ที่สูง 60% ขึ้นไป เพื่อลดความร้อนสะสมและช่วยประหยัดพลังงาน

แนะนำวิธีเลือกฟิล์มกันร้อนกระจกบ้านแบบง่าย ๆ

การเลือกฟิล์มกันร้อนกระจกบ้านไม่ได้มีเพียงการเลือกความเข้มหรือลักษณะฟิล์มที่ชอบ แต่ยังต้องคำนึงถึงการรักษาสมดุลของแสงธรรมชาติและความร้อนภายในอาคาร โดยมีเทคนิคในการเลือกฟิล์มติดกระจกแบบง่าย ๆ 5 ข้อ ดังนี้

  1. เข้าใจวัตถุประสงค์ในการติดฟิล์ม เช่น ลดความร้อนแต่ต้องการเห็นวิวชัดเหมือนเดิม ต้องการติดฟิล์มที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้บ้าน หรือต้องการติดฟิล์มเพื่อลดแสงจ้า เพื่อให้ฟิล์มตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด
  2. ดูทิศและลักษณะแสงแดดที่ส่องเข้ามาจากภายนอก เพื่อให้ได้ฟิล์มที่เหมาะสมที่สุด เช่น ห้องทิศใต้และทิศตะวันตกควรเลือกฟิล์มที่ป้องกันความร้อนสูงสุด ส่วนห้องที่อยู่ทิศเหนือและตะวันออกควรใช้เป็นฟิล์มที่มีความใสหรือโทนสีอ่อนที่ป้องกันแสงจ้าได้ดี
  3. เลือกประเภทฟิล์ม เมื่อพิจารณาจากความต้องการและลักษณะแสงแล้ว สามารถเลือกรูปแบบฟิล์มที่ต้องการได้ เช่น ฟิล์มเซรามิกที่มีค่า TSER สูง สำหรับห้องนั่งเล่นที่อยู่ทิศตะวันตก
  4. เลือกระดับความเข้มที่ต้องการ เพราะนอกจากประเภทฟิล์มแล้ว ความเข้มยังส่งผลต่อทัศนวิสัยและการป้องกันแสงแดดด้วยเช่นกัน เช่น ค่า VLT 70% ที่มีโทนสีอ่อนและให้ความคมชัดได้ดี
  5. ถ่ายรูปกระจกจากมุมกว้างแล้วติดต่อ XPEL VISION เพื่อให้ทีมเข้าไปวัดพื้นที่จริง และทีมงานจะช่วยให้คำปรึกษาอย่างเหมาะสมที่สุด

สรุป : เลือกฟิล์มให้ถูกกับทิศ ช่วยป้องกันบ้านร้อนได้

ทิศทางของแสงแดดเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนเลือกฟิล์มติดกระจก กันความร้อน เพราะแดดแต่ละทิศมีลักษณะที่แตกต่างกัน การเลือกฟิล์มที่มีโทนอ่อนหรือมีค่า TSER ต่ำ สำหรับห้องในทิศตะวันตกที่มีแดดแรง ก็จะทำให้ห้องร้อนไม่ต่างจากเดิมมากนัก ดังนั้นนอกจากเลือกความเข้มและลักษณะฟิล์มที่ต้องการแล้ว การเลือกให้เหมาะสมกับห้องแต่ละทิศก็จะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านและป้องกันเฟอร์นิเจอร์ซีดจางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

XPEL VISION คือแบรนด์ฟิล์มอาคารจากสหรัฐอเมริกาที่ใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในการพัฒนาฟิล์มมากว่า 20 ปี และมีฟิล์มให้เลือกหลายประเภท ทั้งฟิล์มโลหะ ฟิล์มเซรามิก ฟิล์มติดตั้งภายนอก และอีกมากมาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด


ติดต่อสอบถามเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมนัดหมายเข้าวัดพื้นที่ได้ทาง

เบอร์โทรศัพท์: 094 461 6699

Line Official: @xpelvisionthailand


คำถามที่พบบ่อย

ปลอดภัย หากเลือกใช้ฟิล์มกันความร้อนที่ได้มาตรฐานและติดตั้งอย่างถูกวิธี เป็นชนิดฟิล์มที่ไม่มีสารอันตรายระเหยหลังการติดตั้ง อีกทั้งยังช่วยลดความร้อนและรังสี UV ที่อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังและเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน

ฟิล์มกันร้อนมีคุณสมบัติสะท้อนและดูดซับรังสีความร้อน จึงมีส่วนช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านลงได้ประมาณ 3-5 องศาเซลเซียส เมื่อห้องไม่ร้อนจัด คอมเพรสเซอร์แอร์จะตัดรอบเร็วขึ้นและใช้พลังงานน้อยลงในการรักษาอุณหภูมิ ทำให้ลดการใช้งานเครื่องปรับอากาศได้

สามารถติดตั้งเองได้ แต่ไม่แนะนำสำหรับกระจกบานใหญ่หรือฟิล์มคุณภาพสูง เพราะการติดตั้งต้องอาศัยความชำนาญในการรีดน้ำและไล่ฟองอากาศ หากติดตั้งไม่ถูกวิธี อาจทำให้ฟิล์มเกิดรอยย่น ฟองอากาศ หรือมีอายุการใช้งานสั้นลงจึงควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญติดตั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความและไฮไลต์อื่นๆ

ดูทั้งหมด