
การเลือกฟิล์มกันความร้อนกระจกบ้าน นอกจากการเลือกรุ่นฟิล์ม เลือกความเข้มแล้ว การเลือกตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสมยังเป็นสิ่งสำคัญในการติดตั้งฟิล์ม เนื่องจากทิศทางของแสงแดดส่งผลโดยตรงต่อความร้อนภายในบ้าน การประหยัดไฟฟ้า ไปจนถึงสีเฟอร์นิเจอร์เลยทีเดียว
การทำความเข้าใจทิศทางของแสงแดดจึงช่วยให้สามารถเลือกฟิล์มที่ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านให้เย็นลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ XPEL VISION จะชวนมารู้จักว่าทิศทางแดดส่งผลกับการเลือกฟิล์มอย่างไร

ก่อนจะไปไขคำตอบว่าทิศไหนเหมาะกับฟิล์มแบบใด มาทำความรู้จักประเภทฟิล์มกันร้อนกระจกบ้านที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน
ฟิล์มกรองแสงใสคือ ฟิล์มที่เน้นทัศนวิสัยคมชัด เป็นธรรมชาติ โดยมีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนและรังสี UV ได้ดี ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน แต่จะขาดความเป็นส่วนตัว ดังนั้นอาจต้องติดม่านหรือมู่ลี่ควบคู่ไปด้วย
ฟิล์มดำคือ ฟิล์มโพลีเอสเตอร์ที่นำไปย้อมสีให้มีความเข้มขึ้น โดยไม่มีการเพิ่มสารที่ช่วยสะท้อนความร้อนหรือรังสีอินฟราเรด ทำให้มีราคาถูก มีจุดเด่นคือให้ความเป็นส่วนตัว ช่วยกันแดดเข้าบ้าน และลดแสงจ้าได้ แต่มีอายุการใช้งานต่ำ เมื่อใช้ไปนาน ๆ สีจะซีดจาง อย่างไรก็ตามฟิล์มที่มีสีดำไม่ใช่ฟิล์มดำเสมอไป เพราะยังมีฟิล์มประเภทอื่น ๆ ที่มีความเข้มสูงทำให้ลักษณะภายนอกอาจดูคล้ายกัน จึงควรตรวจสอบให้ดีก่อนติดตั้ง
ฟิล์มโลหะคือ ประเภทฟิล์มที่มีส่วนผสมของโลหะ เช่น เงิน ทอง อะลูมิเนียม ทำให้เนื้อฟิล์มมีลักษณะคล้ายกระจกเงา ช่วยสะท้อนแสงและลดความร้อนจากแสงแดดได้ดี ในตอนกลางวันฟิล์มจะสะท้อนเงาภายนอก ทำให้มองเข้ามาไม่เห็นในอาคาร ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว
ฟิล์มเซรามิกคือ ฟิล์มที่ใช้เทคโนโลยีนาโนเซรามิก ซึ่งช่วยดูดซับความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงโดยไม่มีส่วนผสมของโลหะ ทำให้เนื้อฟิล์มมีสีโทนอ่อน ไม่มีเงาสะท้อน ทำให้แสงธรรมชาติสามารถส่องผ่านได้ดี มองแล้วสบายตา และมีความทนทานสูง จึงเป็นฟิล์มที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
ประเทศไทยมีอากาศร้อนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้กระจกต้องรับรังสีความร้อนเป็นเวลานาน ดังนั้นฟิล์มติดกระจกบ้านกันความร้อนที่เลือกใช้ต้องมีคุณสมบัติในการป้องกันพลังงานแสงอาทิตย์สูง ซึ่งฟิล์มแต่ละรุ่นก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป โดยคุณสมบัติที่ควรรู้จักเกี่ยวกับฟิล์มติดกระจกบ้านกันร้อนมี ดังนี้
ฟิล์มทำหน้าที่สะท้อนแสงแดดออก ช่วยลดปริมาณความร้อนที่จะเข้ามาภายในอาคาร
ฟิล์มจะดูดซับความร้อนไว้และกระจายออก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความร้อนภายในอาคาร
ฟิล์มกันร้อนกระจกบ้านควรป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99% เพื่อป้องกันอันตรายต่อผิวหนังและปกป้องเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ภายในอาคาร
ฟิล์มยังสามารถลดแสงจ้าที่ส่องเข้ามาในกระจกได้ ช่วยลดแสงสะท้อนและแสงแยงตา โดยประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับความเข้มของฟิล์ม

แม้ฟิล์มกรองแสงส่วนใหญ่จะสามารถกันรังสี UV ได้สูงถึง 99% แต่ความสามารถในการป้องกันความร้อนของแต่ละรุ่น รวมไปถึงความเข้มจะแตกต่างกัน รวมถึงแสงแดดแต่ละทิศทางนั้นมีความเข้มข้นไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องเข้าใจวิธีการเลือกประเภทฟิล์มที่เหมาะสมกับแสงแดดแต่ละทิศ เพื่อไม่ให้บ้านมืดหรือร้อนเกินไป
การเลือกฟิล์มกันร้อนกระจกบ้านไม่ได้มีเพียงการเลือกความเข้มหรือลักษณะฟิล์มที่ชอบ แต่ยังต้องคำนึงถึงการรักษาสมดุลของแสงธรรมชาติและความร้อนภายในอาคาร โดยมีเทคนิคในการเลือกฟิล์มติดกระจกแบบง่าย ๆ 5 ข้อ ดังนี้
ทิศทางของแสงแดดเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนเลือกฟิล์มติดกระจก กันความร้อน เพราะแดดแต่ละทิศมีลักษณะที่แตกต่างกัน การเลือกฟิล์มที่มีโทนอ่อนหรือมีค่า TSER ต่ำ สำหรับห้องในทิศตะวันตกที่มีแดดแรง ก็จะทำให้ห้องร้อนไม่ต่างจากเดิมมากนัก ดังนั้นนอกจากเลือกความเข้มและลักษณะฟิล์มที่ต้องการแล้ว การเลือกให้เหมาะสมกับห้องแต่ละทิศก็จะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านและป้องกันเฟอร์นิเจอร์ซีดจางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
XPEL VISION คือแบรนด์ฟิล์มอาคารจากสหรัฐอเมริกาที่ใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในการพัฒนาฟิล์มมากว่า 20 ปี และมีฟิล์มให้เลือกหลายประเภท ทั้งฟิล์มโลหะ ฟิล์มเซรามิก ฟิล์มติดตั้งภายนอก และอีกมากมาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด
ติดต่อสอบถามเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมนัดหมายเข้าวัดพื้นที่ได้ทาง
เบอร์โทรศัพท์: 094 461 6699
Line Official: @xpelvisionthailand
ปลอดภัย หากเลือกใช้ฟิล์มกันความร้อนที่ได้มาตรฐานและติดตั้งอย่างถูกวิธี เป็นชนิดฟิล์มที่ไม่มีสารอันตรายระเหยหลังการติดตั้ง อีกทั้งยังช่วยลดความร้อนและรังสี UV ที่อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังและเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน
ฟิล์มกันร้อนมีคุณสมบัติสะท้อนและดูดซับรังสีความร้อน จึงมีส่วนช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านลงได้ประมาณ 3-5 องศาเซลเซียส เมื่อห้องไม่ร้อนจัด คอมเพรสเซอร์แอร์จะตัดรอบเร็วขึ้นและใช้พลังงานน้อยลงในการรักษาอุณหภูมิ ทำให้ลดการใช้งานเครื่องปรับอากาศได้
สามารถติดตั้งเองได้ แต่ไม่แนะนำสำหรับกระจกบานใหญ่หรือฟิล์มคุณภาพสูง เพราะการติดตั้งต้องอาศัยความชำนาญในการรีดน้ำและไล่ฟองอากาศ หากติดตั้งไม่ถูกวิธี อาจทำให้ฟิล์มเกิดรอยย่น ฟองอากาศ หรือมีอายุการใช้งานสั้นลงจึงควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญติดตั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด