เลือกติดตั้งฟิล์มกระจกหน้าต่างแบบไหน ให้เหมาะกับพื้นที่และการใช้งาน

โดย XPEL Thailandเผยแพร่วันที่ 30 กรกฎาคม 2569
เลือกติดตั้ง ฟิล์มกระจกหน้าต่าง
  1. Highlight
  2. ฟิล์มติดกระจกหน้าต่างมีแบบไหนบ้าง?
  3. ฟิล์มกรองแสง (Solar Control Films)
  4. ฟิล์มนิรภัย (Safety & Security Films)
  5. ฟิล์มตกแต่ง (Decorative Films)
  6. รู้จักค่าสำคัญในฟิล์มติดกระจกหน้าต่าง
  7. ค่าแสงส่องผ่าน (VLT: Visible Light Transmission)
  8. ค่าสะท้อนแสง (VLR : Visible Light Reflectance Exterior & Interior)
  9. ค่าลดความร้อนจากแสงแดด (TSER: Total Solar Energy Rejected)
  10. ค่าลดความร้อนจากแสงอินฟาเรด (IR: Infrared Rejection)
  11. เลือกติดตั้งฟิล์มกระจกหน้าต่างแบบไหนดีให้เข้ากับอาคารแต่ละแบบ
  12. บ้านและคอนโดมิเนียม
  13. อาคารสำนักงาน
  14. ร้านค้า
  15. ข้อควรระวังและการดูแลฟิล์มกระจกให้ใช้งานได้นาน
  16. อยากติดฟิล์มกระจกหน้าต่างต้องทำอย่างไร?
  17. สรุป : เลือกฟิล์มกระจกหน้าต่างให้เข้ากับรูปแบบการใช้งาน เลือก XPEL VISION

ประเทศไทยมีแสงแดดแรงและอากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปี การติดตั้ง ฟิล์มกระจกหน้าต่าง จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความร้อนภายในอาคาร ลดแสงจ้า และช่วยกรองรังสี UV อย่างไรก็ตาม ฟิล์มติดกระจกไม่ได้มีเพียงฟิล์มกันความร้อนเท่านั้น แต่ยังมีฟิล์มนิรภัยและฟิล์มตกแต่ง ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ก่อนเลือกติดตั้งฟิล์ม ควรทำความเข้าใจประเภทของฟิล์ม ค่าคุณสมบัติสำคัญ และลักษณะของพื้นที่ เพื่อให้ได้ฟิล์มที่เหมาะกับบ้าน คอนโด สำนักงาน หรือร้านค้ามากที่สุด

Highlight

  • ฟิล์มติดกระจกหน้าต่างแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มนิรภัย และฟิล์มตกแต่ง ซึ่งฟิล์มกระจกโดยส่วนใหญ่จะมีความสามารถในการป้องกันรังสี UV ที่ค่อนข้างสูง แต่อาจมีลักษณะอื่น ๆ ที่แตกต่างกัน เช่น ความเข้ม ความเงา ความสามารถในการสะท้อนความร้อน
  • ค่าคุณสมบัติสำคัญของฟิล์มกระจกมี 5 ค่า ได้แก่ VLT แสงส่องผ่าน ค่ายิ่งสูงยิ่งสว่าง, VLR Exterior สะท้อนภายนอก ค่ายิ่งสูงยิ่งเพิ่มความเป็นส่วนตัวกลางวัน, VLR Interior สะท้อนภายใน ค่ายิ่งต่ำยิ่งมองวิวชัด, TSER ค่ากันร้อนรวม ยิ่งสูงยิ่งลดความร้อนได้ดี และ IR Rejection ลดรังสีอินฟราเรด ค่ายิ่งสูงยิ่งลดความร้อนและแสบผิว
  • การเลือกฟิล์มกระจกหน้าต่าง ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งานเป็นหลัก เช่น บ้านที่ต้องการความโปร่งสบายอาจเลือกใช้ XPEL VISION Clear View Plus ส่วนบ้านที่ต้องการใช้เพื่อพักผ่อนอาจเลือก XPEL VISION Clear View Ceramic ที่ช่วยลดแสงจ้าได้ดี

ฟิล์มติดกระจกหน้าต่างมีแบบไหนบ้าง?

ฟิล์มติดกระจกหน้าต่างสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ดังนี้

ฟิล์มกรองแสง (Solar Control Films)

ฟิล์มกรองแสง (Solar Control Films)

ฟิล์มกรองแสงเป็นฟิล์มติดกระจกที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดความร้อนภายในอาคาร ลดแสงจ้า และกรองรังสี UV นอกจากช่วยให้พื้นที่อยู่อาศัยเย็นสบายขึ้นแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบจากแสงแดดที่อาจทำให้เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน พื้นไม้ หรือของตกแต่งซีดจางได้ โดยฟิล์มกระจกหน้าต่างประเภทกรองแสง แบ่งได้ 2 ประเภทหลัก ได้แก่

ฟิล์มเน้นความเป็นส่วนตัว

มีทั้ง One-Way Film เป็นฟิล์มที่ใช้เทคโนโลยีสารเคลือบสะท้อนแสง ทำให้ในเวลากลางวัน ผู้ที่อยู่ภายนอกจะเห็นเป็นเงาสะท้อนและมองไม่เห็นภายใน ขณะที่ผู้ที่อยู่ภายในอาคารยังสามารถมองเห็นวิวภายนอกได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีฟิล์มดำ หรือ Dyed Film ที่ช่วยให้กระจกมีสีเข้มขึ้น เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ในระดับหนึ่ง

ฟิล์มเน้นทัศนวิสัยชัดเจน

ให้ภาพคมชัด มองเห็นทัศนวิสัยได้เต็มที่โดยไม่เกิดเงาสะท้อนมากนัก แต่ยังคงประสิทธิภาพในการลดความร้อนและป้องกันรังสี UV ได้ดี

ฟิล์มนิรภัย (Safety & Security Films)

ฟิล์มนิรภัยเป็นฟิล์มกระจกหน้าต่างที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับอาคาร โดยโครงสร้างผลิตจากโพลีเอสเตอร์ที่ยืดหยุ่นสูง และมีความหนาตั้งแต่ 4–14 Mil ซึ่งมากกว่าฟิล์มทั่วไปที่มีความหนาเพียง 1–2 Mil

พร้อมชั้นกาวชนิดพิเศษที่ช่วยยึดเกาะกระจกได้อย่างแข็งแรง ทำให้เมื่อเกิดแรงกระแทก เศษกระจกจะไม่ร่วงลงมา แต่จะยึดเกาะกัน ช่วยป้องกันอันตรายจากเศษกระจกแตกได้

ฟิล์มตกแต่ง (Decorative Films)

ฟิล์มกระจกหน้าต่างที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสวยงามและสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ใช้งาน ควบคู่ไปกับการเพิ่มความเป็นส่วนตัว ฟิล์มประเภทนี้มีลวดลาย สี และพื้นผิวให้เลือกหลากหลาย และยังช่วยพรางสายตา แบ่งสัดส่วนพื้นที่ได้อย่างลงตัว พร้อมเพิ่มความสวยงามโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกระจกใหม่ จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยยกระดับดีไซน์ได้อย่างคุ้มค่า

รู้จักค่าสำคัญในฟิล์มติดกระจกหน้าต่าง

สำหรับผู้ที่อ่านมาถึงจุดนี้และมั่นใจว่าต้องการฟิล์มติดกระจกกันแดดเป็นหลัก ก่อนที่จะเลือกซื้อฟิล์ม มี 3 ค่าสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกซื้อ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการปกป้องและทัศนวิสัยที่ต้องการ

ค่าแสงส่องผ่าน (VLT: Visible Light Transmission)

ค่า VLT คือค่าปริมาณแสงที่สามารถส่องผ่านฟิล์มกระจกหน้าต่างเข้าสู่ภายในอาคาร ยิ่งเปอร์เซ็นต์สูง แสงธรรมชาติจะยิ่งผ่านเข้ามาได้มาก ทำให้พื้นที่ภายในดูสว่าง โปร่ง และไม่อึดอัด เหมาะกับบ้านหรือพื้นที่ที่ต้องการแสงเช่น ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือร้านค้าที่ต้องการโชว์สินค้า แต่หากค่า VLT ต่ำ แสงจะผ่านได้น้อยลง ทำให้ห้องดูมืดขึ้นและช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ค่าสะท้อนแสง (VLR : Visible Light Reflectance Exterior & Interior)

ค่า VLR คือค่าการสะท้อนแสงของฟิล์มกระจกหน้าต่าง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 มุมมอง ได้แก่ VLR Exterior และ VLR Interior โดย VLR Exterior ยิ่งสูง กระจกจะมีลักษณะเงาสะท้อนมากขึ้น ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวจากภายนอกในช่วงกลางวัน เนื่องจากคนภายนอกจะมองเห็นเป็นเงาสะท้อนแทนการมองทะลุเข้าไปภายใน ส่วน VLR Interior หากมีค่าต่ำ จะช่วยลดเงาสะท้อนจากด้านใน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองออกไปภายนอกได้ชัดเจน สบายตา และไม่เกิดภาพซ้อนหรือแสงสะท้อนรบกวนสายตา

ค่าลดความร้อนจากแสงแดด (TSER: Total Solar Energy Rejected)

ค่า TSER คือค่าที่ใช้วัดความสามารถของฟิล์มกระจกหน้าต่างในการป้องกันพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยรวม ซึ่งรวมทั้งพลังงานจากแสงที่มองเห็น รังสีอินฟราเรด และรังสีอัลตราไวโอเลต ถือเป็นหนึ่งในค่าที่สำคัญที่สุดในการประเมินประสิทธิภาพของฟิล์ม ยิ่งค่า TSER สูง ฟิล์มจะยิ่งสามารถลดความร้อนที่เข้าสู่ภายในอาคารได้มาก ส่งผลให้พื้นที่เย็นสบายขึ้น และอาจช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้ในระยะยาวเช่น ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือร้านค้าที่ต้องการโชว์สินค้า แต่หากค่า VLT ต่ำ แสงจะผ่านได้น้อยลง ทำให้ห้องดูมืดขึ้นและช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ค่าลดความร้อนจากแสงอินฟาเรด (IR: Infrared Rejection)

ค่า IR คือค่าที่ใช้วัดลดพลังงานจากรังสีอินฟราเรด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความรู้สึกร้อนหรือแสบผิวเมื่ออยู่ใกล้กระจกที่โดนแสงแดดโดยตรง ฟิล์มที่มีค่า IR Rejection สูงจะช่วยลดความร้อนที่สัมผัสได้ทันที ทำให้การนั่งหรือใช้งานพื้นที่ใกล้หน้าต่างมีความสบายมากขึ้น แม้ในช่วงเวลาที่แดดจัดก็ตาม

เลือกติดตั้งฟิล์มกระจกหน้าต่างแบบไหนดีให้เข้ากับอาคารแต่ละแบบ

เลือกติดตั้ง ฟิล์มกระจกหน้าต่าง แบบไหนดี

บ้านและคอนโดมิเนียม

เพราะบ้านและคอนโดคือพื้นที่ที่เราใช้ชีวิตอยู่มากที่สุด จึงมักต้องการความปลอดโปร่งและเย็นสบาย การเลือกฟิล์มติดกระจกหน้าต่างบ้านหรือติดฟิล์มกระจกคอนโด จึงต้องมีทั้งประสิทธิภาพป้องกันความร้อนและกัน UV สูง เห็นทัศนวิสัยชัด ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาความเป็นส่วนตัวได้ดีในระดับหนึ่ง

แนะนำฟิล์มจาก XPEL VISION ในซีรีส์ Clear View 2 รุ่น ฟิล์มกันร้อนกระจกบ้านที่ให้ทัศนวิสัยชัดและสามารถกันความร้อนและป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99%

Clear View Ceramic

ฟิล์มเทคโนโลยีนาโนเซรามิก ที่ช่วยป้องกันความร้อนสูง ลดแสงจ้า ให้ทัศนวิสัยชัด สบายตา และยังมีความทนทานสูง มีความเข้มให้เลือกได้ถึง 3 ระดับ ให้ผู้ที่พักอาศัยเลือกเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ตามต้องการ

Clear View Plus

ฟิล์มเทคโนโลยี Multi-layer ที่ช่วยสะท้อนรังสีอินฟราเรด (IRR) ได้สูงถึง 94% จึงไม่กักเก็บความร้อนสะสมไว้ที่กระจก ช่วยลดความร้อนภายในบ้าน ป้องกันรังสี UV ได้ดีเยี่ยม พร้อมกับรักษาทัศนวิสัยที่เป็นธรรมชาติทั้งจากภายในและภายนอกบ้าน เรียบเนียนไปกับกระจกเดิม ไม่เพิ่มเงาสะท้อน มีให้เลือกความเข้มได้ถึง 4 ระดับ

นอกจากนั้นการติดฟิล์มกรองแสงในบ้านหรือคอนโดยังมีประโยชน์เรื่องการช่วยป้องกันเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้สีซีด และช่วยประหยัดค่าไฟได้ เนื่องจากอุณหภูมิภายในบ้านลดลง เครื่องปรับอากาศจึงทำงานน้อยลงตามไปด้วย

อาคารสำนักงาน

การเลือกฟิล์มกระจกหน้าต่างสำหรับอาคารสำนักงานต้องคำนึงถึงปัจจัยการใช้งานและความสวยงามควบคู่กันด้วย เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญทั้งภาพลักษณ์อาคาร ความเป็นระเบียบ และแสงสว่างที่เหมาะสมกับการทำงาน

แนะนำฟิล์มกรองแสงซีรีส์ Clear View และซีรีส์ Exterior ที่ตอบโจทย์พื้นที่การทำงานได้ดี

Clear View Ceramic

เป็นฟิล์มกรองแสงที่เหมาะกับสำนักงานเนื่องจากช่วยลดแสงจ้าได้ดี ปราศจากสีย้อมและโลหะ ทำให้มองแล้วสบายตา และทนทานต่อสภาพทุกสภาพอากาศ

Clear View Plus

สำหรับอาคารที่ต้องโดนแดดเป็นประจำจะเสี่ยงมีความร้อนสะสมในกระจกสูง สามารถเลือกใช้รุ่นนี้ที่มีจุดเด่นในการลดความร้อนในอาคารได้สูงถึง 94% และยังให้ทัศนวิสัยเป็นธรรมชาติ

ใกล้เคียงกับกระจกจริง จึงเหมาะกับอาคารที่ต้องการลดความร้อน และมีค่าสะท้อนต่ำโดยไม่เปลี่ยนภาพลักษณ์เดิม

Exterior Clear Performance

ฟิล์มกรองแสงสำหรับอาคารที่พื้นที่ภายในติดตั้งได้ยาก ให้ทัศนวิสัยที่โปร่งใส เป็นธรรมชาติ โดยรุ่นนี้มีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV ถึง 99% และกันความร้อนได้สูง 81% ป้องกันความร้อนสะสมที่กระจกได้ เหมาะกับอาคารสูงที่ต้องโดนแดดส่องเป็นประจำ

นอกจากนี้ในอาคารที่มีเงาสะท้อนยังเสี่ยงทำให้นกบินมาชนได้ง่าย ทำให้กระจกเสียหาย XPEL VISION แนะนำฟิล์มตกแต่ง Bird Safe Dotted พัฒนาลายให้นกมองเห็นกระจกได้ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99% และยังให้วิวที่สบายตา

ร้านค้า

ร้านค้าส่วนใหญ่มักต้องการโชว์สินค้าภายในและต้องการสร้างบรรยากาศที่โปร่งสบาย จึงมักมีกระจกบานใหญ่อยู่หน้าร้าน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้อากาศภายในร้อนเกินไปเพื่อประหยัดค่าไฟ ร้านค้าจึงควรเลือกใช้ฟิล์มกระจกหน้าต่างที่คมชัดทั้งจากภายในและภายนอก พร้อมกับคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนสูง

แนะนำฟิล์มกรองแสงซีรีส์ Clear View Plus ที่มอบวิวที่คมชัดทั้งภายในและภายนอก พร้อมสะท้อนรังสีอินฟราเรดได้สูงถึง 94% ทำให้ภายในร้านไม่ร้อน และยังดูปลอดโปร่ง สบายตา มองเห็นสินค้าภายในได้โดยไม่มีเงาสะท้อน โดยมีความเข้มให้เลือกถึง 4 ระดับ ฟิล์มที่แนะนำสำหรับร้านที่ต้องการความใส คือ

Clear View Plus 70 PS

โดดเด่นด้านความคมชัด เหมาะสำหรับคาเฟ่ ร้านตัดผม และร้านเสื้อผ้า ที่ต้องการดึงดูดลูกค้าด้วยบรรยากาศและสินค้าภายใน

Clear View Plus 55 PS

มีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพในการลดแสงจ้า เนื่องจากเนื้อฟิล์มจะสีเข้มกว่าตัว 70 PS เล็กน้อย แต่ก็ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการสะท้อนพลังงานแสงอาทิตย์รวม (TSER) ได้สูงกว่าเช่นกัน

*ทั้งนี้ การเลือกฟิล์มสำหรับติดตั้งขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก สามารถค้นหาฟิล์มรุ่นอื่น ๆ ของ XPEL VISION ได้ที่หน้าผลิตภัณฑ์

ข้อควรระวังและการดูแลฟิล์มกระจกให้ใช้งานได้นาน

การติดฟิล์มกระจกหน้าต่างต้องใช้น้ำยาพิเศษในการติดตั้ง ทำให้หลังจากติดตั้งแล้วอาจมีร่องรอยของน้ำยา XPEL VISION แนะนำวิธีการดูแลและข้อควรระวังหลังจากติดฟิล์มกระจก

  • ห้ามสัมผัสกระจกที่เพิ่งผ่านการติดฟิล์มเป็นเวลา 7 วัน รอยน้ำ ฟองอากาศ หรือฝ้าจากการติดตั้งจะหายไปเมื่อฟิล์มเซตตัว ซึ่งปกติใช้เวลาราว 2-3 สัปดาห์
  • ห้ามทำความสะอาดฟิล์มด้วยหนังสือพิมพ์ ผ้าหยาบ ขนแปรง หรือวัสดุที่จะไปสะกิดให้ฟิล์มเสียหาย
  • ห้ามใช้น้ำยาเช็ดกระจกที่มีสารแอมโมเนีย
  • ดูแลกระจกที่ติดฟิล์มด้วยผ้านุ่มสะอาด จุ่มกับน้ำที่ผสมสบู่อ่อน

อยากติดฟิล์มกระจกหน้าต่างต้องทำอย่างไร?

ติดฟิล์มกระจกหน้าต่าง
  1. ถ่ายรูปกระจกมุมกว้างแล้วส่งให้ทางทีมงาน XPEL VISION ผ่าน เพจเฟซบุ๊ก XPEL VISION Window Films Thailand
  2. แจ้งสไตล์ฟิล์มที่ต้องการ เช่น ฟิล์มใส ฟิล์มมืด ต้องการกระจกสะท้อนเงา ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือต้องการลดแสงจ้า
  3. แจ้งวันเวลาที่ต้องการนัดช่าง เพื่อให้ช่างเข้าไปวัดพื้นที่หน้างาน พร้อมให้คำปรึกษา โดยมีบริการวัดพื้นที่ XPEL VISION ดำเนินการให้ฟรี เพื่อให้ได้ฟิล์มที่เหมาะสมกับการใช้งานและตรงกับพื้นที่จริงที่สุด
  4. ในวันวัดพื้นที่ ทีมงานจะนำตัวอย่างฟิล์มกระจกหน้าต่างไปให้ตัดสินใจเลือก เพื่อให้เทียบกับแสงสว่างในพื้นที่จริง

สรุป : เลือกฟิล์มกระจกหน้าต่างให้เข้ากับรูปแบบการใช้งาน เลือก XPEL VISION

ฟิล์มกระจกหน้าต่างมีหลากหลายประเภท ทั้งฟิล์มกรองแสง ฟิล์มนิรภัย และฟิล์มตกแต่ง นอกจากนี้ยังมีลักษณะแตกต่างกันไป ทั้งฟิล์มเข้ม ฟิล์มที่มีเงาสะท้อนสูง ทำให้การเลือกติดฟิล์มกระจกบ้านขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานเป็นหลัก


ติดต่อสอบถามเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมนัดหมายเข้าวัดพื้นที่ได้ทาง

เบอร์โทรศัพท์: 094 461 6699

Line Official: @xpelvisionthailand


คำถามที่พบบ่อย

ฟิล์มเซรามิกเป็นฟิล์มประเภทหนึ่งของฟิล์มกระจกหน้าต่าง โดยเป็นฟิล์มกรองแสงที่มีจุดเด่นด้านการลดความร้อนด้วยการฝังอณูของเซรามิกขนาดเล็กเข้าไปในเนื้อฟิล์ม แทนการใช้โลหะ ทำให้มีความเงาน้อย ทัศนวิสัยชัด และกันความร้อนได้สูง

ฟิล์มกระจกหน้าต่างโดยทั่วไปมีอายุใช้งาน 5-10 ปี แต่หากฟิล์มได้รับการดูแลที่ดีจะสามารถยืดอายุการใช้งานได้ถึง 20 ปีเลยทีเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตอนที่คุณภาพในการติดตั้ง สภาพอากาศ และประเภทของฟิล์ม เช่น ฟิล์มเซรามิกมักมีอายุการใช้งาน 15-20 ปี หรือฟิล์มตกแต่งที่มีอายุ 10-20 ปี

หลังจากติดตั้งฟิล์ม ควรรอประมาณ 14 วันเป็นอย่างต่ำ เพื่อให้ฟิล์มเซตตัวและแห้งสนิท จากนั้นคอยเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้านุ่มและน้ำสบู่อ่อนที่ไม่มีส่วนผสมของแอมโมเนีย

บทความและไฮไลต์อื่นๆ

ดูทั้งหมด