
ปัจจุบันมีฟิล์มกรองแสงสำหรับอาคารและสำนักงานให้เลือกหลากหลายประเภท สิ่งสำคัญที่ช่างมือใหม่และผู้รับเหมาไม่ควรมองข้าม คือการเลือกฟิล์มให้เหมาะกับพื้นที่และความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับความเข้าใจเรื่องเทคนิคการติดตั้ง สเปก และคุณสมบัติของฟิล์มแต่ละรุ่น ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้งานติดตั้งมีคุณภาพ ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแม่นยำ และสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว

การเลือกติดตั้งฟิล์มอาคาร นอกจากให้ภาพลักษณ์ที่สวยงาม ยังช่วยยกระดับระบบการจัดการพลังงานของตัวอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งข้อดีที่สามารถแนะนำแก่ลูกค้า มีดังนี้
TSER (Total Solar Energy Rejected) คือ ค่าที่บ่งบอกประสิทธิภาพของฟิล์มในการป้องกันพลังงานความร้อนรวมจากแสงอาทิตย์ (แสงสว่าง รังสี UV และรังสีอินฟราเรด) ไม่ให้ทะลุผ่านกระจกเข้ามา ซึ่งเป็นค่าสำคัญที่สุดที่ช่างและผู้รับเหมาควรให้ความสำคัญ โดยทั่วไป ฟิล์มที่มีค่า TSER สูงจะช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่อาคารได้ดีขึ้น เพื่อคงอุณหภูมิภายในพื้นที่ให้เย็นสบายไม่ร้อนจนเกินไป และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

เพื่อที่จะสามารถตอบคำถามของลูกค้าในเรื่อง ฟิล์มติดอาคารยี่ห้อไหนดี? หรือ ฟิล์มแบบไหนตอบโจทย์ที่สุด? ช่างและผู้รับเหมาควรมีเกณฑ์การประเมิน 4 องค์ประกอบหลัก ดังนี้
เนื่องจากฟิล์มอาคารถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะตามวัตถุประสงค์การใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความคุ้มค่าแก่ลูกค้า ไม่ควรเลือกฟิล์มจากความเข้มเพียงอย่างเดียว แต่ควรเลือกจากวัตถุประสงค์ของพื้นที่ เช่น ลดความร้อน ลดแสงจ้า เพิ่มความเป็นส่วนตัว หรือประหยัดพลังงาน
การเทียบสเปกและข้อมูลของฟิล์มคือ “เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม” เช่น ค่า TSER ค่า VLT (Visible Light Transmitted : ค่าแสงส่องผ่าน) ค่า UV Rejection (ค่าป้องกันรังสี UV) ค่า IR Rejected (ค่าป้องกันรังสีอินฟราเรดหรือค่ากันความร้อน) และค่า Glare Reduction (ค่าลดแสงจ้า) รวมถึงพิจารณาฟิล์มแต่ละประเภท เช่น ฟิล์มเซรามิก ฟิล์มสะท้อนแสง หรือฟิล์มนิรภัย เพื่อเลือกติดตั้งได้อย่างเหมาะสมกับอาคาร
การเลือกฟิล์มกรองแสงต้องสอดคล้องกับชนิดของกระจกเดิมของอาคาร เพราะกระจกแต่ละชนิดรับแรงดันและทนต่ออุณหภูมิต่างกัน หากเลือกฟิล์มไม่สัมพันธ์กับกระจก อาจเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพก่อนเวลาหรือกระจกแตกร้าวได้
ติดฟิล์มอาคารราคาเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับงบประมาณและประสิทธิภาพของฟิล์มควบคู่กัน พิจารณาตามวัสดุ อายุการใช้งาน การรับประกัน และความคุ้มค่าในระยะยาว เพราะฟิล์มที่คุณภาพสูงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและลดความถี่ในการเปลี่ยนฟิล์ม
สำหรับช่างติดฟิล์มมือใหม่ การทำงานอย่างเป็นระบบและใส่ใจทุกรายละเอียด คือสิ่งสำคัญในการติดตั้งฟิล์มอาคาร โดยมีขั้นตอนการติดตั้ง ดังนี้
การเลือกฟิล์มอาคารไม่ได้พิจารณาเพียงแค่คุณสมบัติในการลดความร้อนเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงเรื่องมาตรฐาน คุณภาพของวัสดุ ความทนทาน และความสะดวกในการติดตั้ง เพื่อให้งานมีคุณภาพและสร้างความมั่นใจให้กับทั้งช่าง ผู้รับเหมา และเจ้าของอาคาร
ฟิล์ม XPEL VISION ได้รับการออกแบบและพัฒนา บนพื้นฐานในเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานและมาตรฐานระดับสากล ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้
นอกจากฟิล์มอาคารแล้ว XPEL VISION เรามีฟิล์มกันความร้อนกระจกบ้านด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจว่าควรเลือกฟิล์มอย่างไรให้เหมาะกับทิศบ้านและอาคาร สามารถอ่านรายละเอียดบทความเพิ่มได้ที่: เลือกฟิล์มกันความร้อนกระจกบ้านแบบอย่างไร? ให้เหมาะกับทิศบ้านและอาคาร
สำหรับช่างติดฟิล์มและผู้รับเหมา การเลือกฟิล์มอาคารที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการลดความร้อน การประหยัดพลังงาน การทำความเข้าใจข้อมูลเชิงลึกของค่าต่าง ๆ เช่น ค่า TSER และค่า VLT รวมไปถึงการเลือกใช้แบรนด์ที่มีคุณภาพอย่าง XPEL VISION จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ลดปัญหาการติดตั้ง และสร้างความประทับใจให้กับเจ้าของโครงการ
หากสนใจฟิล์ม XPEL VISION สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางติดต่อด้านล่าง
ติดต่อสอบถามเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมนัดหมายเข้าวัดพื้นที่ได้ทาง
เบอร์โทรศัพท์: 094 461 6699
Line Official: @xpelvisionthailand
ฟิล์มอาคารถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกระจกแผ่นใหญ่และหนา เน้นลดความร้อน มีอายุการใช้งานยาวนาน ช่วยประหยัดพลังงาน บางประเภทมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยหรือความเป็นส่วนตัว ในขณะที่ฟิล์มรถยนต์ถูกออกแบบให้เหมาะกับกระจกรถที่มีความบางและเน้นเรื่องทัศนวิสัยการขับขี่
TSER คือค่าที่บ่งบอกถึงระดับป้องกันพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ ส่วนค่า IR Rejection คือค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด ดังนั้น การเลือกใช้ฟิล์มควรพิจารณาหลาย ๆ ส่วนควบคู่กัน เช่น ค่า UV Rejection และค่า VLT เพื่อประเมินประสิทธิภาพได้อย่างรอบด้าน
การเลือกฟิล์มอาคารควรพิจารณาให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของแต่ละพื้นที่ เช่น พื้นที่ที่ต้องการแสงธรรมชาติ (ห้องรับแขก, ล็อบบี้) ควรใช้ฟิล์มใสเพื่อความสว่างและโปร่งตา พื้นที่ทำงานควรเลือกฟิล์มลดแสงจ้าและแสงสะท้อนหน้าจอ ส่วนพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว (ห้องนอน, ติดถนน) เหมาะกับฟิล์มที่มีความเข้มสูง สำหรับอาคารที่เน้นประหยัดพลังงานควรเลือกรุ่นที่มีค่าลดความร้อน (TSER, SHGC) สูงเพื่อช่วยลดภาระแอร์ ทั้งนี้ ความเข้มของฟิล์ม (VLT) ไม่ได้บ่งบอกถึงประสิทธิภาพการกันความร้อนเสมอไป ฟิล์มใสบางชนิด เช่น ฟิล์มเซรามิก ก็สามารถกันความร้อนได้ดีเยี่ยม ดังนั้นจึงควรพิจารณาค่า TSER, SHGC, UV และ VLT ควบคู่กันเสมอเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด