ฟิล์มติดกระจกบ้าน ตัวช่วยป้องกันความร้อนให้กับทุกที่อยู่อาศัย

โดย XPEL Thailandเผยแพร่วันที่ 19 มิถุนายน 2569
ฟิล์มติดกระจกบ้าน ตัวช่วยป้องกันความร้อนของทุกที่อยู่อาศัย
  1. Highlight
  2. ทำความรู้จักฟิล์มกรองแสงติดบ้านและอาคาร
  3. ฟิล์มติดกระจกบ้าน มีประโยชน์อย่างไร ?
  4. ลดความร้อนภายในบ้านและอาคาร
  5. ป้องกันรังสี UV และรังสีอินฟราเรด (IR)
  6. เพิ่มความเป็นส่วนตัว
  7. ช่วยกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน
  8. ลดแสงจ้า
  9. ประหยัดไฟ เครื่องปรับอากาศไม่ทำงานหนัก
  10. ฟิล์มติดกระจกบ้านมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ?
  11. 1. ฟิล์มใสกันความร้อน (Clear View Film)
  12. 2. ฟิล์มสะท้อนแสง (Reflective Window Film)
  13. 3. ฟิล์มเซรามิก (Ceramic Window Film)
  14. 4. ฟิล์มนิรภัย (Safety & Security Window Film)
  15. 5. ฟิล์มตกแต่งกระจก (Decorative Film)
  16. จะติดฟิล์มติดกระจกบ้านทั้งที ต้องเลือกอย่างไร ?
  17. 1. จุดประสงค์การใช้งานและทิศทางแสงแดด
  18. 2. ทิศทางของแสงแดดที่กระทบกระจก
  19. 3. คุณสมบัติของฟิล์มกรองแสงที่ตรงตามความต้องการ
  20. 4. ยี่ห้อฟิล์มที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ
  21. 5. ดูแลโดยมืออาชีพทุกขั้นตอน
  22. สรุป: เลือกฟิล์มติดกระจกบ้านคุณภาพเพื่อความสุขในระยะยาว

แสงแดดเมืองไทยขึ้นชื่อเรื่องความแรงจนกระจกบานใหญ่ที่เคยเป็นมุมโปรด กลับกลายเป็นช่องทางนำความร้อนสะสมเข้าบ้าน ไม่ว่าจะนั่งพักผ่อนมุมไหนก็รู้สึกไม่สบายตัว จนต้องเปิดแอร์สู้ความร้อนอยู่ตลอดเวลา การเลือกฟิล์มติดกระจกบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่เย็นสบายอย่างแท้จริง

นอกจากจะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน ป้องกันรังสี UV และรังสีอินฟราเรดแล้ว ฟิล์มติดบ้านและอาคารยังมีฟิล์มอีกหลากหลายประเภท เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งฟิล์มนิรภัยป้องกันการบุกรุก ฟิล์มสะท้อนแสงเพิ่มความเป็นส่วนตัว ฟิล์มเซรามิกที่เน้นลดแสงจ้า และฟิล์มตกแต่งกระจก ซึ่งฟิล์มแต่ละชนิดก็ตอบโจทย์ปัญหาที่แตกต่างกันไป

Highlight

  • ฟิล์มติดกระจกบ้านเกรดพรีเมียมส่วนใหญ่จะผลิตจากวัสดุโพลีเอสเตอร์ (Polyester) ช่วยป้องกันความร้อนจากรังสี UV และป้องกันรังสีอินฟราเรด (IR) ช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ไม่ซีดจาง ประหยัดค่าไฟ
  • ฟิล์มติดกระจกบ้านยังมีให้เลือกหลากหลายประเภท เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น ฟิล์มใสกันความร้อน, ฟิล์มสะท้อนแสง, ฟิล์มเซรามิก, ฟิล์มนิรภัย และ ฟิล์มตกแต่งกระจก
  • การติดตั้งฟิล์มติดกระจกควรพิจารณาจากตำแหน่งทิศทางแดด (ทิศใต้/ตะวันตกเพื่อเน้นกันความร้อนสูง) ค่าเทคนิคที่ตรวจสอบได้จริง (TSER, VLT, UVR, IRR) และการเลือกแบรนด์ที่ได้มาตรฐาน ติดตั้งโดยช่างติดฟิล์มกระจกบ้านมืออาชีพ

ทำความรู้จักฟิล์มกรองแสงติดบ้านและอาคาร

หลักการสะท้อนแสงเมื่อติด ฟิล์มกรองแสงบ้านและอาคาร

ฟิล์มติดกระจกบ้าน คือแผ่นฟิล์มกรองแสงที่มีโครงสร้างซ้อนกันหลายชั้น โดยมีวัสดุหลักเป็นพลาสติกโพลีเอสเตอร์ (Polyester) เกรดพรีเมียมที่ผ่านเทคโนโลยีการเคลือบสารป้องกันความร้อนหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นนาโนเซรามิก (Nano Ceramic) หรือชั้นโลหะเป็นต้น ซึ่งออกแบบมาเพื่อติดตั้งบนกระจกสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะ ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณแสงแดดและลดพลังงานความร้อนที่จะผ่านเข้ามาสู่ตัวบ้าน

ฟิล์มติดกระจกบ้าน มีประโยชน์อย่างไร ?

หากคุณกำลังมองหาร้านรับติดฟิล์มกระจกบ้านและอาคารเพื่อยกระดับความสบายให้กับบ้าน ฟิล์มกรองแสง XPEL VISION พร้อมมอบประโยชน์ที่ครอบคลุมในทุกมิติ ดังนี้

ลดความร้อนภายในบ้านและอาคาร

ฟิล์มติดกระจกบ้านกันความร้อน จะทำหน้าที่เป็นด่านแรกที่ช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดดภายนอกไม่ให้ทะลุผ่านกระจกเข้ามาในบ้าน ช่วยคงอุณหภูมิในบ้านให้คงที่และเย็นสบายตลอดทั้งวัน

ป้องกันรังสี UV และรังสีอินฟราเรด (IR)

ช่วยป้องกันรังสี UV ได้สูงสุด 99% และรังสีอินฟราเรด (IR) สูงสุด 94% ลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง พร้อมช่วยปกป้องเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านจากการซีดจางก่อนเวลาอันควร

เพิ่มความเป็นส่วนตัว

ฟิล์มดำติดกระจกบ้าน หรือฟิล์มที่ให้การสะท้อนเงาสูง จะทำให้คนภายนอกมองเข้ามาไม่เห็นข้างใน แต่คนภายในยังคงมองออกไปเห็นวิวได้ชัดเจน สบายตา

ช่วยกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน

แบ่งพื้นที่ใช้งานให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น เช่น ห้องประชุม ห้องทำงาน หรือกระจกกั้นห้องภายในอาคาร โดยยังคงให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้

ลดแสงจ้า

ฟิล์มช่วยกรองแสงที่ส่องผ่านเข้ามาให้นุ่มนวลขึ้น ลดอาการแสบตา และลดการสะท้อนบนหน้าจอทีวีและคอมพิวเตอร์

ประหยัดไฟ เครื่องปรับอากาศไม่ทำงานหนัก

เมื่อฟิล์มกันความร้อนบ้านและอาคาร สามารถป้องกันไม่ให้ความร้อนเข้ามาภายในได้ เครื่องปรับอากาศจึงไม่ต้องทำงานหนัก ผลลัพธ์ที่ตามมาคือช่วยประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น

ฟิล์มติดกระจกบ้านมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ?

ฟิล์มติดกระจกบ้านแต่ละประเภท มีทั้ง ฟิล์มใสกันความร้อน ฟิล์มสะท้อนแสง ฟิล์มเซรามิก ฟิล์มนิรภัย และฟิล์มตกแต่งกระจก

ฟิล์มบ้านและอาคาร XPEL VISION มีทั้งหมด 5 ประเภท เพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน มาดูกันว่าฟิล์มแต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง

1. ฟิล์มใสกันความร้อน (Clear View Film)

กลุ่มฟิล์มที่รักษาความใสของกระจกได้เป็นอย่างดี ด้วยเทคโนโลยี Multi-Layer ทำให้กันความร้อนได้สูงโดยไม่เปลี่ยนสีของกระจก ภายในบ้านและอาคารยังดูโปร่งโล่งเหมือนเดิม

  • เหมาะกับบ้านแบบไหน: บ้านที่ต้องการให้แสงธรรมชาติเข้ามาอย่างเต็มที่ บ้านที่มีวิวสวย ไม่ต้องการให้มีม่านมาบดบัง หรืออาคารสำนักงานที่ต้องการติดฟิล์มกันความร้อนโดยยังคงความใสของกระจกไว้เหมือนเดิม
  • ระดับความเป็นส่วนตัว: ต่ำ เนื่องจากมองเห็นได้ทั้งจากข้างนอกและข้างใน
  • ประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน: สูง เพราะออกแบบมาเพื่อกันความร้อนโดยไม่เปลี่ยนสีกระจกเป็นหลัก

2. ฟิล์มสะท้อนแสง (Reflective Window Film)

ฟิล์มที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงแดดออกไปก่อนที่ความร้อนจะเข้ามาผ่านกระจก หรือเรียกว่าเป็น ฟิล์ม One Way ให้ประสิทธิภาพการกันความร้อนสูง เพิ่มความเป็นส่วนตัวในเวลากลางวัน คนภายนอกมองเข้ามาเห็นเป็นเงาสะท้อน แต่คนภายในยังมองเห็นข้างนอกได้ชัดเจน และยังช่วยลดแสงจ้าได้ดีอีกด้วย

  • เหมาะกับบ้านแบบไหน: บ้านหรืออาคารที่ต้องการลดความร้อนสูง ต้องการความเป็นส่วนตัวในเวลากลางวัน เช่น อาคารสำนักงาน ห้องประชุม หรือบริเวณบ้านชั้นล่าง
  • ระดับความเป็นส่วนตัว: สูงมากในช่วงกลางวัน เนื่องจากคนภายนอกมองเห็นเป็นเงาสะท้อน แต่หากเปิดไฟในตอนกลางคืน คนภายนอกจะสามารถมองเห็นข้างในได้
  • ประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน: ดีเยี่ยม เนื่องจากใช้หลักการสะท้อนความร้อนกลับออกไปโดยตรง

3. ฟิล์มเซรามิก (Ceramic Window Film)

ฟิล์มที่ใช้เทคโนโลยีนาโนเซรามิก เน้นเรื่องทัศนวิสัยที่เคลียร์ชัด แสงส่องผ่านพอดีเป็นธรรมชาติ และอัตราการสะท้อนแสงต่ำ มองเห็นสบายได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

  • เหมาะกับบ้านแบบไหน: บ้านที่ต้องการเปิดหน้าต่างรับวิวทิวทัศน์ เช่น บ้านกระจกบานใหญ่ คอนโดวิวสูง หรือห้องกระจกที่ต้องการบรรยากาศเปิดโล่งทั้งกลางวันและกลางคืน
  • ระดับความเป็นส่วนตัว: ปานกลาง ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มของฟิล์ม โดยในช่วงกลางคืนที่เปิดไฟสว่าง คนภายนอกยังสามารถมองเห็นเข้ามาได้ตามปกติ
  • ประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน: สูง ป้องกันรังสีอินฟราเรดและรังสี UV ได้ดี ช่วยลดความร้อนสะสมในตัวบ้าน

4. ฟิล์มนิรภัย (Safety & Security Window Film)

ชั้นฟิล์มมีความหนาแน่นมากกว่ากระจกทั่วไป ใช้กาวชนิดพิเศษที่มีแรงยึดเกาะสูง เมื่อกระจกแตก ฟิล์มนิรภัยจะยึดเศษกระจกให้อยู่กับที่ ลดความเสี่ยงจากเศษกระจกบาดทำร้ายผู้อยู่อาศัย ในบางรุ่นสามารถรับแรงกระแทกจากพายุหรือการงัดแงะได้ดีกว่ากระจกเปล่า

  • เหมาะกับบ้านแบบไหน: บ้านหรืออาคารที่เน้นความปลอดภัย เช่น บ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ คอนโดหรืออาคารสูงที่ต้องปะทะแรงลมพายุ รวมถึงร้านค้า โชว์รูม หรือบ้านที่มีกระจกบานใหญ่และต้องการความปลอดภัยสูง
  • ระดับความเป็นส่วนตัว: ต่ำ เนื่องจากฟิล์มนิรภัยมาตรฐานส่วนใหญ่เป็นรุ่นเคลียร์ใส
  • ประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน: ปานกลาง เพราะเน้นเรื่องความปลอดภัยและเสริมความแข็งแรงของกระจกเป็นหลัก

5. ฟิล์มตกแต่งกระจก (Decorative Film)

กลุ่มฟิล์มที่ออกแบบมาเพื่อปรับแต่งความสวยงามและเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ใช้สอย มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ฟิล์มฝ้า ฟิล์มสี ฟิล์มพื้นผิวคริสตัล เหมาะสำหรับนำมาติดบนกระจกกั้นห้อง กระจกห้องประชุม หรืออาคารสำนักงาน เพื่อช่วยพรางสายตาและแยกพื้นที่ใช้งานให้เป็นสัดส่วน โดยยังคงรับแสงธรรมชาติได้ดี

  • เหมาะกับบ้านแบบไหน: พื้นที่ภายในบ้านที่ต้องการแบ่งกั้นโซน เช่น ฉากกั้นห้องอาบน้ำ ห้องทำงาน กระจกหน้าต่างห้องน้ำ
  • ระดับความเป็นส่วนตัว: สูงในแง่การพรางสายตา เนื้อฟิล์มช่วยบดบังการมองเห็นได้อย่างมิดชิด แต่ยังมีแสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาได้บางส่วน ทำให้ห้องไม่ดูอึดอัด
  • ประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน: ต่ำถึงปานกลาง เพราะมุ่งเน้นการตกแต่งดีไซน์และการพรางสายตามากกว่าการสะท้อนหรือหักเหรังสีความร้อน

จะติดฟิล์มติดกระจกบ้านทั้งที ต้องเลือกอย่างไร ?

จากเนื้อหาข้างต้น จะเห็นว่าฟิล์มมีตัวเลือกที่หลากหลาย เพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้นถ้าจะถามว่าฟิล์มติดกระจกบ้านยี่ห้อไหนดี ควรพิจารณาถึง 4 ปัจจัยเป็นหลัก คือ

1. จุดประสงค์การใช้งานและทิศทางแสงแดด

ก่อนเลือกฟิล์มติดกระจกบ้าน ควรพิจารณาทั้งจุดประสงค์การใช้งานและตำแหน่งที่ต้องการติดตั้งร่วมกัน เช่น หากต้องการลดความร้อนในห้องที่รับแดดจัด ควรเลือกฟิล์มกันความร้อนประสิทธิภาพสูง แต่หากต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัว อาจเลือกฟิล์มที่มีความเข้มมากขึ้น หรือฟิล์มสะท้อนแสง เป็นต้น

2. ทิศทางของแสงแดดที่กระทบกระจก

ตำแหน่งของกระจกก็มีผลต่อการเลือกฟิล์ม โดยห้องที่หันไปทางทิศตะวันตกหรือทิศใต้ซึ่งได้รับแสงแดดในช่วงบ่าย ควรเลือกฟิล์มติดกระจกบ้านที่ช่วยลดความร้อนและแสงจ้าได้ดี ส่วนพื้นที่ที่ต้องการความสว่างและมองเห็นวิวภายนอก อาจเลือกฟิล์มใสกันความร้อน เป็นต้น

3. คุณสมบัติของฟิล์มกรองแสงที่ตรงตามความต้องการ

ฟิล์มกรองแสงบ้านและอาคารจะมีตัวเลขสเปก ที่ใช้บอกประสิทธิภาพการกันความร้อนและการกรองแสง ซึ่งมี 4 ค่าสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกฟิล์ม ดังนี้

TSER (Total Solar Energy Rejected)

ค่าการป้องกันพลังงานความร้อนรวมจากแสงอาทิตย์ โดยคำนวณจากรังสีอินฟราเรด (IR), รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) และ แสงสว่างที่มองเห็นได้ (Visible Light) ยิ่งค่า TSER สูง ยิ่งช่วยลดความร้อนสะสมภายในห้องได้ดี

VLT (Visible Light Transmission)

ค่าสัดส่วนแสงที่สามารถส่องผ่านกระจกเข้าสู่ภายในอาคาร ยิ่งค่าสูง ภายในจะยิ่งสว่าง

UV Rejection

ค่าการป้องกันรังสี UV ซึ่งฟิล์มคุณภาพสูงควรป้องกันได้ประมาณ 99% เพื่อช่วยลดอันตรายต่อผิวและช่วยให้เฟอร์นิเจอร์ไม่ซีดจาง

Infrared Rejection

ค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด (IR) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความร้อน ยิ่งค่าสูง ยิ่งช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ยี่ห้อฟิล์มที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ

ควรเลือกแบรนด์ฟิล์มที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบันอิสระ เช่น ASTM, NFRC, The Skin Cancer Foundation และมีการรับประกันสินค้าที่ชัดเจน อย่างเช่น XPEL VISION แบรนด์ฟิล์มกรองแสงจากประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบันอิสระดังกล่าว พร้อมการรับประกันสูงสุด 12 ปี

5. ดูแลโดยมืออาชีพทุกขั้นตอน

การติดตั้งฟิล์มจำเป็นต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญในการเลือกฟิล์มและการติดตั้งอย่างถูกวิธี เพื่อให้ได้ฟิล์มที่เหมาะกับลักษณะการใช้งานของแต่ละพื้นที่ ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก XPEL VISION พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับคุณสมบัติของฟิล์มแต่ละรุ่น

รวมถึงช่วยเลือกฟิล์มที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความร้อน แสงสว่าง และความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันช่างติดฟิล์มกระจกบ้านและอาคารของเรา ยังผ่านการอบรมโดยตรงจาก XPEL และใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้อง เพื่อให้งานติดตั้งเรียบเนียน สวยงาม ลดปัญหาการเกิดฟองอากาศ รอยยับ หรือขอบฟิล์มยกตัว และช่วยยืดอายุการใช้งานของฟิล์มได้ยาวนานยิ่งขึ้น

สรุป: เลือกฟิล์มติดกระจกบ้านคุณภาพเพื่อความสุขในระยะยาว

การตัดสินใจติดฟิล์มคุณภาพสูงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการลดความร้อน แต่ยังทำให้การใช้ชีวิตภายในบ้านมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งการปกป้องสุขภาพผิว ปกป้องเฟอร์นิเจอร์ และช่วยประหยัดพลังงาน การเลือกประเภทฟิล์มให้เหมาะกับตำแหน่งการใช้งาน ร่วมกับการเลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและการติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ฟิล์มทำงานเต็มประสิทธิภาพและใช้งานได้คุ้มค่าในระยะยาว

หากต้องการเปลี่ยนบ้านให้เย็นสบายด้วยฟิล์มติดกระจกบ้านมาตรฐานระดับโลกจากอเมริกา XPEL VISION พร้อมให้คำปรึกษาและเข้าวัดพื้นที่หน้างานโดยทีมช่างมืออาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับฟิล์มที่ตรงใจและเหมาะสมกับบ้านของคุณที่สุด


ติดต่อสอบถามเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมนัดหมายเข้าวัดพื้นที่ได้ทาง

เบอร์โทรศัพท์: 094 461 6699

Line Official: @xpelvisionthailand


คำถามที่พบบ่อย

ฟิล์มระดับพรีเมียมอย่าง XPEL VISION ถูกออกแบบมาให้มีความทนทานสูง โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10-15 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการดูแลรักษา โดยทางเรามีการรับประกันคุณภาพที่ครอบคลุมสูงสุดถึง 12 ปี เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในประสิทธิภาพตลอดการใช้งาน

เพียงถ่ายรูปกระจกมุมกว้างและส่งมาทาง Inbox Facebook: XPEL VISION Thailand ฟิล์มกรองแสงบ้านและอาคาร พร้อมแจ้งความต้องการในการใช้งาน เช่น ต้องการลดแสงจ้า เพิ่มความเป็นส่วนตัว หรือเลือกฟิล์มที่สะท้อนเงาน้อย จากนั้นเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อนัดหมายเข้าวัดพื้นที่หน้างานจริง พร้อมนำตัวอย่างฟิล์มไปให้เลือกค่าความเข้มก่อนการติดตั้ง

การติดตั้งโดยมืออาชีพจะช่วยลดปัญหาฟองอากาศ รอยยับ หรือการที่ขอบฟิล์มลอกล่อนในภายหลัง ซึ่งทีมช่างของ XPEL VISION ผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากลและใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง ทำให้งานออกมาเรียบเนียน สวยงาม และได้รับการรับประกันที่ครบถ้วนตามเงื่อนไขของแบรนด์

บทความและข่าวสารอื่นๆ

ดูทั้งหมด