
บ้านและอาคารในปัจจุบันต้องตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์และความปลอดภัย ฟิล์มนิรภัยจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กระจก ลดความเสี่ยงจากกระจกแตกร้าว และป้องกันทั้งภัยธรรมชาติและการโจรกรรมจากภายนอก การติดฟิล์มกรองแสงนิรภัยจึงไม่ใช่แค่การตกแต่งอาคาร แต่คือการลงทุนคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว

ฟิล์มนิรภัย (Safety & Security Film) คือฟิล์มโพลีเอสเตอร์ที่มีความหนาแน่นและยืดหยุ่นสูงกว่าฟิล์มกรองแสงทั่วไป ออกแบบมาเพื่อยึดเกาะเศษกระจกไม่ให้กระจายออกเมื่อได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง ลดอันตรายจากเศษแหลมคมที่อาจทำร้ายผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ โครงสร้างที่เหนียวแน่นพิเศษยังช่วยป้องกันการโจรกรรมที่เกิดจากการทุบทำลายกระจกเพื่อลักทรัพย์ได้ในระดับหนึ่ง

ภาพด้านซ้ายคือฟิล์มกรองแสงธรรมดาทั่วไป ภาพด้านขวาคือฟิล์มกรองแสงนิรภัยที่มีความหนากว่าเป็นพิเศษ
หากมองด้วยตาเปล่า ฟิล์มกรองแสงนิรภัยอาจดูคล้ายกับฟิล์มทั่วไป แต่ในเชิงโครงสร้างชั้นฟิล์มมีความแตกต่างกัน โดยฟิล์มกรองแสงทั่วไปจะเน้นที่การป้องกันความร้อน การกรองแสง หรือความเป็นส่วนตัว และมีความหนาเฉลี่ยเพียง 1-2 MIL
ในขณะที่ฟิล์มนิรภัย จะถูกออกแบบให้มีความหนามากกว่าฟิล์มทั่วไป โดยจะมีตั้งแต่ 4 - 14 MIL ซึ่งความหนาแน่นกว่าปกติและการใช้กาว PS ชนิดพิเศษสามารถนำไปติดทาบกับกระจกและรีดไล่น้ำได้ทันที ติดตั้งง่าย จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับแรงกระแทก ทนต่อการทุบตีหรือบุกรุก และลดความเสียหายต่อทรัพย์สินที่มีค่า
ฟิล์มกรองแสงอาคาร ที่มีคุณสมบัติด้านการรักษาความปลอดภัย หรือที่หลายคนเรียกว่าฟิล์มกระจกกันภัย มีประโยชน์อย่างไร และช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านและอาคารได้อย่างไรบ้าง
กระจกบานใหญ่เป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงที่ผู้บุกรุกมักเลือกใช้ในการเข้าถึงอาคารหรือที่พักอาศัย ฟิล์มนิรภัยกันกระจกแตกช่วยยึดเศษกระจกให้ติดอยู่กับแผ่นฟิล์ม แม้กระจกจะถูกทุบก็ไม่แตกกระจายหรือเปิดช่องได้ง่าย ช่วยป้องกันการโจรกรรมได้
ในครอบครัวที่มีเด็กวัยกำลังซน สัตว์เลี้ยงที่อาจวิ่งชนกระจกโดยไม่ทันระวัง หรือผู้สูงอายุ หากติดตั้งฟิล์มกระจกนิรภัยบ้านและอาคาร ความหนาและเหนียวของฟิล์มนิรภัยจะช่วยซับแรงกระแทก ลดโอกาสกระจกแตกทะลุ และป้องกันบาดแผลจากเศษกระจก
สภาพอากาศแปรปรวน พายุลมแรงอาจพัดพาเศษวัสดุมากระแทกหน้าต่างจนเกิดความเสียหาย ฟิล์มกระจกกันภัยจะมีส่วนช่วยปกป้องโครงสร้างกระจกไม่ให้แตกและกระจายจากแรงกระแทกภายนอก
นอกจากความปลอดภัยด้านกายภาพ ฟิล์มนิรภัยยังป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ได้สูงสุดถึง 99% ช่วยปกป้องผิวของผู้อยู่อาศัย ยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ พื้นไม้ และของใช้ภายในบ้านไม่ให้ซีดจาง พร้อมทั้งป้องกันรังสีอินฟราเรด (IR) ที่เป็นตัวการสำคัญของความร้อน ช่วยให้แอร์ทำงานน้อยลงและประหยัดค่าไฟ

เพื่อให้มั่นใจว่าฟิล์มนิรภัยที่เลือกใช้มีประสิทธิภาพจริงในระดับสากล ควรเลือกฟิล์มที่ผ่านการทดสอบและรับรองจากสถาบันชั้นนำระดับโลก ดังนี้
ASTM International (American Society for Testing and Materials) คือองค์กรพัฒนามาตรฐานสากลที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐาน ทดสอบคุณสมบัติทางเทคนิค และตรวจสอบกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ฟิล์มนิรภัยที่ผ่านการรับรองนี้จะถูกทดสอบอย่างเข้มงวดด้านความทนทานต่อแรงดึงและความสามารถในการรับแรงกระแทก เพื่อพิสูจน์ว่าเนื้อฟิล์มและชั้นกาวมีความเหนียวแน่นเพียงพอที่จะยึดเกาะเศษกระจกไม่ให้แตกกระจายเมื่อเกิดอันตราย
NFRC หรือ National Fenestration Rating Council เป็นองค์กรที่จัดทำระบบการรับรองและการจัดอันดับประสิทธิภาพของประตู-หน้าต่าง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้ใช้งานได้ข้อมูลที่เป็นกลาง เปรียบเทียบได้จริง และเชื่อถือได้ โดยอ้างอิงการทดสอบและวิธีประเมินตามหลักวิทยาศาสตร์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ผลการประเมินจะครอบคลุมค่าหลัก ๆ เช่น U-Factor, Visible Transmittance (VT), Condensation Resistance (CR), Solar Heat Gain Coefficient (SHGC) และ Air Leakage (AL) ซึ่งใช้บอกประสิทธิภาพด้านการกันความร้อน การรับแสง ความต้านทานการควบแน่น การลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ และการรั่วไหลของอากาศ
The Skin Cancer Foundation (สถาบันโรคมะเร็งผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา) รับรองเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันรังสี UV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การผ่านการรับรองนี้หมายความว่าฟิล์มสามารถบล็อกรังสี UV ได้มากกว่า 99% ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง พร้อมปกป้องเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้เสื่อมสภาพก่อนเวลา
การติดฟิล์มนิรภัยให้กับบ้านและอาคารไม่เพียงลดอันตรายเมื่อกระจกแตก แต่ยังรับมือกับแรงกระแทกจากการบุกรุกและภัยธรรมชาติ รวมถึงป้องกันรังสี UV และลดความร้อนจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน ร้านค้า และพื้นที่ที่มีกระจกบานใหญ่
ฟิล์มนิรภัยจาก XPEL VISION ตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้วยโครงสร้างฟิล์มที่มีความหนาแน่นและแข็งแรง ยึดเกาะเศษกระจกเมื่อเกิดการแตกหัก ป้องกันรังสี UV ได้สูงสุด 99% และผ่านการรับรองจากมาตรฐานระดับสากล ASTM, NFRC และ The Skin Cancer Foundation
ติดต่อสอบถามเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมนัดหมายเข้าวัดพื้นที่ได้ทาง
เบอร์โทรศัพท์: 094 461 6699
Line Official: @xpelvisionthailand
ฟิล์มนิรภัยระดับพรีเมียมจาก XPEL VISION มีอายุการใช้งานโดยทั่วไป 10–15 ปี โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 3 ด้าน ได้แก่ คุณภาพการติดตั้ง ทิศทางและปริมาณแสงที่หน้าต่างรับโดยตรง และการดูแลรักษาหลังติดตั้ง ฟิล์มที่ติดตั้งโดยช่างผู้เชี่ยวชาญและได้รับการดูแลอย่างถูกต้องจะไม่ลอกล่อน ไม่เป็นฟองอากาศ และไม่เสื่อมสภาพก่อนเวลา
ควรพิจารณา 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่