สภาพอากาศในประเทศไทยที่ร้อนจัดแทบทุกวัน ทำให้ผู้ที่อยู่ในอาคารต้องทนกับอุณหภูมิที่สูงและแสงแยงตา การเลือกติดฟิล์มกันร้อนอาคารจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ แต่เมื่อต้องเลือกฟิล์มหลายคนอาจยังไม่เข้าใจหรือสับสนกับค่าตัวเลขต่าง ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน บทความนี้ XPEL VISION จะพามารู้จักค่าสเปกฟิล์มกรองแสงที่สำคัญ เพื่อให้คุณเลือกฟิล์มที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ดีที่สุด
Highlight
- ฟิล์มกันความร้อนอาคาร ช่วยลดอุณหภูมิ ประหยัดค่าไฟ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับกระจก
- 4 ค่าหลักที่ต้องรู้ก่อนเลือกฟิล์มคือ TSER (ลดความร้อนรวม), VLT (แสงส่องผ่าน), IRR (กันความร้อน) และ UV (ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต)
- การเลือกฟิล์มควรตัดสินใจจาก “ค่าสเปกฟิล์ม” คู่กับ “ทิศทางของแสงแดด” ที่ตกกระทบอาคาร
4 เหตุผลที่ควรติดฟิล์มกันความร้อนอาคาร

การติดตั้งฟิล์มกันความร้อนอาคาร เป็นการปรับภาพลักษณ์ของตัวอาคาร และที่สำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันของกระจกให้ดีขึ้น โดยมีข้อดีคือ
1. ลดอุณหภูมิภายในอาคารและประหยัดพลังงาน
ฟิล์มกรองแสงลดความร้อนที่สามารถทะลุผ่านกระจกเข้ามาได้ ทำให้อุณหภูมิในอาคารเย็น แอร์ทำงานน้อยลง ช่วยประหยัดค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ปกป้องสุขภาพผิวและอุปกรณ์
ฟิล์มมีส่วนช่วยป้องกันรังสี UV สูงสุดถึง 99% ลดความเสี่ยงทางโรคผิวหนัง อีกทั้งป้องกันเฟอร์นิเจอร์ภายในเสื่อมสภาพสีจางก่อนเวลา
3. เพิ่มความปลอดภัยให้กระจก
เนื้อฟิล์มและชั้นกาวจะช่วยยึดกระจกไม่ให้แตกกระจายและร่วงหล่นทำอันตรายต่อผู้คนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
4. ลดแสงจ้า เพิ่มทัศนวิสัยที่ดี
ฟิล์มช่วยปรับให้แสงแดดละมุนขึ้น ลดแสงสะท้อนรบกวนสายตา ทำให้การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือดูทีวีแล้วรู้สึกสบายตายิ่งขึ้น
4 ค่าสเปกฟิล์มกันความร้อนอาคารที่ควรรู้

เมื่อรู้ประโยชน์ของการติดฟิล์มอาคารแล้ว ก่อนตัดสินใจเลือกฟิล์มคือการทำความเข้าใจค่าสเปกฟิล์มทั้ง 4 ค่าหลัก ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจความต้องการและสามารถตัดสินใจเลือกอย่างมั่นใจขึ้น
1. ค่ากันความร้อน TSER
- TSER (Total Solar Energy Rejected) คือค่าความสามารถในการป้องกันความร้อนรวมจากแสงอาทิตย์ไม่ให้ผ่านกระจก โดยค่า TSER คิดมาจาก % ของแต่ละค่า ได้แก่ ค่ารังสียูวี (UV) อยูที่ 3%, ค่าแสงสว่าง (VLT) อยู่ที่ 44% และค่ารังสีอินฟราเรด (IRR) อยู่ที่ 53%
>>> คำนวณในสูตร %TSER = [44% x (100-VLT)] + [53% x (IRR)] + [3% x (UVR)]
- ความหมายตัวเลขค่า TSER : เปอร์เซ็นต์ยิ่งสูง ฟิล์มยิ่งสะท้อนและลดความร้อนได้ดี ในขณะที่ตัวเลขยิ่งน้อยลง ความร้อนสามารถทะลุผ่านเข้ามา ทำให้ภายในร้อนขึ้น
- วิธีเลือกฟิล์ม : หากต้องการให้ภายในอาคารเย็นสบายไม่ร้อน ควรเลือกค่า TSER ช่วง 50-60% ขึ้นไป
2. ค่าแสงส่องผ่าน VLT
- VLT (Visible Light Transmission) คือค่าปริมาณของแสงแดดที่สามารถทะลุผ่านฟิล์มเข้ามาในอาคาร
- ความหมายตัวเลขค่า VLT : เปอร์เซ็นต์ยิ่งสูง ฟิล์มยิ่งใส พื้นที่ในอาคารสว่างขึ้น แต่ถ้าตัวเลขน้อยลง ฟิล์มยิ่งเข้มดูมืดทึบ เพราะแสงเข้ามาน้อยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
- วิธีเลือกฟิล์ม : หากต้องการฟิล์มกันร้อนแต่ยังมองเห็นภายนอกชัดเจน ควรเลือกค่า VLT ช่วง 40-70% แต่ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวและกันแดดเต็มที่ ควรเลือกค่า VLT ต่ำ
3. ค่าป้องกันรังสีอินฟราเรด IRR
- IRR (Infrared Rejection) คือค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรดของฟิล์ม รังสีที่มนุษย์มองไม่เห็น แต่สามารถรับรู้ได้ผ่านความรู้สึกในรูปแบบของความร้อนที่ผิวหนัง
- ความหมายตัวเลขค่า IRR : เปอร์เซ็นต์ยิ่งสูง ฟิล์มยิ่งสะท้อนและกันความร้อนได้ดี ในขณะที่ค่าตัวเลขน้อย ประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนของฟิล์มก็ลดลงตามตัวเลข ทำให้คนรู้สึกร้อนขึ้น
- วิธีเลือกฟิล์ม : หากต้องการให้พื้นที่ในอาคารหรือคอนโดไม่ร้อน ควรเลือกค่า IRR ตั้งแต่ 80-90% ขึ้นไป มักจะพบในฟิล์มที่มีเทคโนโลยี Ceramic
4. ค่าต้านรังสี UV
- UV (Ultraviolet Rejection) คือค่ากรองและป้องกันรังสี UV ตัวการทำร้ายผิวหนังและเฟอร์นิเจอร์
- ความหมายตัวเลขค่า UV : ส่วนใหญ่ฟิล์มกัน UV บ้านและอาคารมักมีค่าป้องกันอยู่ที่ 99% ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ฟิล์มเกรดพรีเมียมทุกรุ่นควรมี
- วิธีเลือกฟิล์ม : ควรเลือกฟิล์มติดกระจกกันร้อนที่มีค่าป้องกัน UV 99% เพื่อการปกป้องสุขภาพและรักษาทรัพย์สินภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ก่อนติดฟิล์มกันร้อนอาคารควรดูทิศทางแสงแดด

นอกจาก 4 ค่าสเปกฟิล์มแล้ว ทิศทางของแสงแดดที่ตกกระทบกับอาคารนั้นสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะแต่ละทิศมีความเข้มข้นและปริมาณความร้อนต่างกัน จึงควรเลือกฟิล์มกันความร้อนอาคารให้เหมาะสมกับทิศทางของแสงแดด
ทิศเหนือ
- ลักษณะของแสงแดด : ทิศเหนือเป็นทิศที่มีแสงสว่างสม่ำเสมอ บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายตลอดทั้งวัน ทำให้ไม่ร้อนเกินไปเมื่อเทียบกับทิศอื่น ๆ
- การเลือกฟิล์ม : ควรเลือกฟิล์มใสหรือฟิล์มที่มีค่า VLT สูง เพื่อสร้างความปลอดโปร่งไม่อึดอัดภายในอาคาร
ทิศใต้
- ลักษณะของแสงแดด : ทิศใต้เป็นทิศที่ได้รับแสงแดดเกือบทั้งวัน ทำให้อาคารสะสมความร้อนต่อเนื่อง
- การเลือกฟิล์ม : ควรเลือกฟิล์มติดกระจกกันร้อนที่มีค่า TSER สูงและมีค่า IRR สูงเช่นเดียวกัน เพื่อลดความร้อนสะสม คุมอุณหภูมิภายใยพื้นที่ให้เย็นสบายตลอดทั้งวัน
ทิศตะวันออก
- ลักษณะของแสงแดด : ทิศตะวันออกจะได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้า ทำให้ความร้อนสะสมไม่มากนัก
- การเลือกฟิล์ม : ควรเลือกฟิล์มที่มีค่า VLT ปานกลางถึงสูง (ฟิล์มไม่ทึบมาก มองเห็นวิวภายนอกได้ชัด) เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้าสู่อาคาร รวมถึงค่า TSER ที่ปานกลางก็เพียงพอต่อการใช้งาน
ทิศตะวันตก
- ลักษณะของแสงแดด : ทิศตะวันตกคือทิศที่รับแสงแดดโดยตรงและเกิดแสงแยงตา ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงตอนเย็น ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูงสุดของวัน
- การเลือกฟิล์ม : ควรเลือกฟิล์มที่มีค่า TSER และค่า IRR สูง เพื่อป้องกันความร้อนโดยรวมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเลือกฟิล์มที่มีค่า VLT ต่ำ เพื่อลดทั้งความร้อนและแสงสะท้อน
สรุป : เลือกฟิล์มกันความร้อนอาคารที่ไหนดี ต้องฟิล์มของ XPEL VISION
การเข้าใจสเปกฟิล์ม ทั้งค่า TSER, VLT, IRR และ UV รวมถึงดูทิศทางแสงแดด จะช่วยให้การเลือกฟิล์มกันความร้อนอาคารมีความแม่นยำและคุ้มค่ายิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาฟิล์มกรองแสงอาคารระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์การป้องกันความร้อนได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด XPEL VISION พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงที่ใช้เทคโนโลยีการป้องกันรังสีขั้นสูงมีการรับรองมาตรฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและลดการใช้พลังงานของอาคารอย่างยั่งยืน
ติดต่อสอบถามเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมนัดหมายเข้าวัดพื้นที่ได้ทาง
เบอร์โทรศัพท์: 094 461 6699
LINE Official: @xpelvisionthailand