เจาะลึกสเปกฟิล์มกันร้อนอาคาร TSER, VLT, IRR และ UV ต่างกันอย่างไร?

โดย XPEL Thailandเผยแพร่วันที่ 22 กันยายน 2569
ฟิล์มกันร้อนอาคาร ต่างกันอย่างไร

สภาพอากาศในประเทศไทยที่ร้อนจัดแทบทุกวัน ทำให้ผู้ที่อยู่ในอาคารต้องทนกับอุณหภูมิที่สูงและแสงแยงตา การเลือกติดฟิล์มกันร้อนอาคารจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ แต่เมื่อต้องเลือกฟิล์มหลายคนอาจยังไม่เข้าใจหรือสับสนกับค่าตัวเลขต่าง ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน บทความนี้ XPEL VISION จะพามารู้จักค่าสเปกฟิล์มกรองแสงที่สำคัญ เพื่อให้คุณเลือกฟิล์มที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ดีที่สุด

Highlight

  • ฟิล์มกันความร้อนอาคาร ช่วยลดอุณหภูมิ ประหยัดค่าไฟ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับกระจก
  • 4 ค่าหลักที่ต้องรู้ก่อนเลือกฟิล์มคือ TSER (ลดความร้อนรวม), VLT (แสงส่องผ่าน), IRR (กันความร้อน) และ UV (ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต)
  • การเลือกฟิล์มควรตัดสินใจจาก “ค่าสเปกฟิล์ม” คู่กับ “ทิศทางของแสงแดด” ที่ตกกระทบอาคาร

4 เหตุผลที่ควรติดฟิล์มกันความร้อนอาคาร

เหตุผลที่ควรติด ฟิล์มกันความร้อนอาคาร

การติดตั้งฟิล์มกันความร้อนอาคาร เป็นการปรับภาพลักษณ์ของตัวอาคาร และที่สำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันของกระจกให้ดีขึ้น โดยมีข้อดีคือ

1. ลดอุณหภูมิภายในอาคารและประหยัดพลังงาน

ฟิล์มกรองแสงลดความร้อนที่สามารถทะลุผ่านกระจกเข้ามาได้ ทำให้อุณหภูมิในอาคารเย็น แอร์ทำงานน้อยลง ช่วยประหยัดค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ปกป้องสุขภาพผิวและอุปกรณ์

ฟิล์มมีส่วนช่วยป้องกันรังสี UV สูงสุดถึง 99% ลดความเสี่ยงทางโรคผิวหนัง อีกทั้งป้องกันเฟอร์นิเจอร์ภายในเสื่อมสภาพสีจางก่อนเวลา

3. เพิ่มความปลอดภัยให้กระจก

เนื้อฟิล์มและชั้นกาวจะช่วยยึดกระจกไม่ให้แตกกระจายและร่วงหล่นทำอันตรายต่อผู้คนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

4. ลดแสงจ้า เพิ่มทัศนวิสัยที่ดี

ฟิล์มช่วยปรับให้แสงแดดละมุนขึ้น ลดแสงสะท้อนรบกวนสายตา ทำให้การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือดูทีวีแล้วรู้สึกสบายตายิ่งขึ้น

4 ค่าสเปกฟิล์มกันความร้อนอาคารที่ควรรู้

ค่าสเปก ฟิล์มกันความร้อนอาคาร

เมื่อรู้ประโยชน์ของการติดฟิล์มอาคารแล้ว ก่อนตัดสินใจเลือกฟิล์มคือการทำความเข้าใจค่าสเปกฟิล์มทั้ง 4 ค่าหลัก ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจความต้องการและสามารถตัดสินใจเลือกอย่างมั่นใจขึ้น

1. ค่ากันความร้อน TSER

  • TSER (Total Solar Energy Rejected) คือค่าความสามารถในการป้องกันความร้อนรวมจากแสงอาทิตย์ไม่ให้ผ่านกระจก โดยค่า TSER คิดมาจาก % ของแต่ละค่า ได้แก่ ค่ารังสียูวี (UV) อยูที่ 3%, ค่าแสงสว่าง (VLT) อยู่ที่ 44% และค่ารังสีอินฟราเรด (IRR) อยู่ที่ 53% >>> คำนวณในสูตร %TSER = [44% x (100-VLT)] + [53% x (IRR)] + [3% x (UVR)]
  • ความหมายตัวเลขค่า TSER : เปอร์เซ็นต์ยิ่งสูง ฟิล์มยิ่งสะท้อนและลดความร้อนได้ดี ในขณะที่ตัวเลขยิ่งน้อยลง ความร้อนสามารถทะลุผ่านเข้ามา ทำให้ภายในร้อนขึ้น
  • วิธีเลือกฟิล์ม : หากต้องการให้ภายในอาคารเย็นสบายไม่ร้อน ควรเลือกค่า TSER ช่วง 50-60% ขึ้นไป

2. ค่าแสงส่องผ่าน VLT

  • VLT (Visible Light Transmission) คือค่าปริมาณของแสงแดดที่สามารถทะลุผ่านฟิล์มเข้ามาในอาคาร
  • ความหมายตัวเลขค่า VLT : เปอร์เซ็นต์ยิ่งสูง ฟิล์มยิ่งใส พื้นที่ในอาคารสว่างขึ้น แต่ถ้าตัวเลขน้อยลง ฟิล์มยิ่งเข้มดูมืดทึบ เพราะแสงเข้ามาน้อยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
  • วิธีเลือกฟิล์ม : หากต้องการฟิล์มกันร้อนแต่ยังมองเห็นภายนอกชัดเจน ควรเลือกค่า VLT ช่วง 40-70% แต่ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวและกันแดดเต็มที่ ควรเลือกค่า VLT ต่ำ

3. ค่าป้องกันรังสีอินฟราเรด IRR

  • IRR (Infrared Rejection) คือค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรดของฟิล์ม รังสีที่มนุษย์มองไม่เห็น แต่สามารถรับรู้ได้ผ่านความรู้สึกในรูปแบบของความร้อนที่ผิวหนัง
  • ความหมายตัวเลขค่า IRR : เปอร์เซ็นต์ยิ่งสูง ฟิล์มยิ่งสะท้อนและกันความร้อนได้ดี ในขณะที่ค่าตัวเลขน้อย ประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนของฟิล์มก็ลดลงตามตัวเลข ทำให้คนรู้สึกร้อนขึ้น
  • วิธีเลือกฟิล์ม : หากต้องการให้พื้นที่ในอาคารหรือคอนโดไม่ร้อน ควรเลือกค่า IRR ตั้งแต่ 80-90% ขึ้นไป มักจะพบในฟิล์มที่มีเทคโนโลยี Ceramic

4. ค่าต้านรังสี UV

  • UV (Ultraviolet Rejection) คือค่ากรองและป้องกันรังสี UV ตัวการทำร้ายผิวหนังและเฟอร์นิเจอร์
  • ความหมายตัวเลขค่า UV : ส่วนใหญ่ฟิล์มกัน UV บ้านและอาคารมักมีค่าป้องกันอยู่ที่ 99% ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ฟิล์มเกรดพรีเมียมทุกรุ่นควรมี
  • วิธีเลือกฟิล์ม : ควรเลือกฟิล์มติดกระจกกันร้อนที่มีค่าป้องกัน UV 99% เพื่อการปกป้องสุขภาพและรักษาทรัพย์สินภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ก่อนติดฟิล์มกันร้อนอาคารควรดูทิศทางแสงแดด

ก่อนติดฟิล์มกันร้อนอาคารควรดูทิศทางแสงแดด

นอกจาก 4 ค่าสเปกฟิล์มแล้ว ทิศทางของแสงแดดที่ตกกระทบกับอาคารนั้นสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะแต่ละทิศมีความเข้มข้นและปริมาณความร้อนต่างกัน จึงควรเลือกฟิล์มกันความร้อนอาคารให้เหมาะสมกับทิศทางของแสงแดด

ทิศเหนือ

  • ลักษณะของแสงแดด : ทิศเหนือเป็นทิศที่มีแสงสว่างสม่ำเสมอ บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายตลอดทั้งวัน ทำให้ไม่ร้อนเกินไปเมื่อเทียบกับทิศอื่น ๆ
  • การเลือกฟิล์ม : ควรเลือกฟิล์มใสหรือฟิล์มที่มีค่า VLT สูง เพื่อสร้างความปลอดโปร่งไม่อึดอัดภายในอาคาร

ทิศใต้

  • ลักษณะของแสงแดด : ทิศใต้เป็นทิศที่ได้รับแสงแดดเกือบทั้งวัน ทำให้อาคารสะสมความร้อนต่อเนื่อง
  • การเลือกฟิล์ม : ควรเลือกฟิล์มติดกระจกกันร้อนที่มีค่า TSER สูงและมีค่า IRR สูงเช่นเดียวกัน เพื่อลดความร้อนสะสม คุมอุณหภูมิภายใยพื้นที่ให้เย็นสบายตลอดทั้งวัน

ทิศตะวันออก

  • ลักษณะของแสงแดด : ทิศตะวันออกจะได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้า ทำให้ความร้อนสะสมไม่มากนัก
  • การเลือกฟิล์ม : ควรเลือกฟิล์มที่มีค่า VLT ปานกลางถึงสูง (ฟิล์มไม่ทึบมาก มองเห็นวิวภายนอกได้ชัด) เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้าสู่อาคาร รวมถึงค่า TSER ที่ปานกลางก็เพียงพอต่อการใช้งาน

ทิศตะวันตก

  • ลักษณะของแสงแดด : ทิศตะวันตกคือทิศที่รับแสงแดดโดยตรงและเกิดแสงแยงตา ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงตอนเย็น ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูงสุดของวัน
  • การเลือกฟิล์ม : ควรเลือกฟิล์มที่มีค่า TSER และค่า IRR สูง เพื่อป้องกันความร้อนโดยรวมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเลือกฟิล์มที่มีค่า VLT ต่ำ เพื่อลดทั้งความร้อนและแสงสะท้อน

สรุป : เลือกฟิล์มกันความร้อนอาคารที่ไหนดี ต้องฟิล์มของ XPEL VISION

การเข้าใจสเปกฟิล์ม ทั้งค่า TSER, VLT, IRR และ UV รวมถึงดูทิศทางแสงแดด จะช่วยให้การเลือกฟิล์มกันความร้อนอาคารมีความแม่นยำและคุ้มค่ายิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาฟิล์มกรองแสงอาคารระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์การป้องกันความร้อนได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด XPEL VISION พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงที่ใช้เทคโนโลยีการป้องกันรังสีขั้นสูงมีการรับรองมาตรฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและลดการใช้พลังงานของอาคารอย่างยั่งยืน


ติดต่อสอบถามเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมนัดหมายเข้าวัดพื้นที่ได้ทาง

เบอร์โทรศัพท์: 094 461 6699

LINE Official: @xpelvisionthailand


คำถามที่พบบ่อย

ฟิล์มกันร้อนอาคารคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐาน ควรมีการป้องกันรังสี UV อยู่ที่ 99% เพื่อปกป้องผิวและยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์

โดยทั่วไปฟิล์มกันร้อนอาคารจะมีอายุการใช้งานยาวนาน X ปี ขึ้นอยู่กับโครงสร้างฟิล์ม สภาพแวดล้อมอาคาร และการดูแลรักษาที่ถูกต้อง

ฟิล์มทำหน้าที่ดูดซับและสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ ป้องกันทั้งรังสีอินฟราเรด (IRR) และรังสียูวี (UV) พร้อมกรองแสงจ้า (VLT) ไม่ให้รบกวนสายตาผู้อาศัย โดยประสิทธิภาพของฟิล์มกันร้อนอาคารจะถูกนำมารวมกันเป็นค่าป้องกันความร้อนรวม (TSER) ในที่สุด

บทความและไฮไลต์อื่นๆ

ดูทั้งหมด